ภูวรินทร์คลินิก
ตจวิทยาพื้นฐาน (Core Dermatology)คู่มือวินิจฉัยสิวแท้ vs สิวเทียม⏱️ ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

สิวคืออะไร?รู้จักสิวแท้ (Acne Vulgaris) และวิธีแยกออกจาก 7 โรคผื่นคล้ายสิวที่คนเข้าใจผิด

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (แพทย์ผู้ตรวจรักษา)

แพทย์ผู้ตรวจและรักษาประจำภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น • ว.51569

เวลาที่เรามีตุ่มแดงหรือตุ่มผุดขึ้นบนใบหน้า คนส่วนใหญักเหมาพวงเรียกทั้งหมดว่า “เป็นสิว”แล้วรีบวิ่งไปซื้อโฟมล้างหน้า เจลแต้มสิว หรือครีม BHA มารวมทา แต่รู้ไหมครับว่าในทางการแพทย์ผิวหนัง ตุ่มเหล่านั้น อาจไม่ใช่สิวแท้!เพราะโรคผิวหนังจำนวนมาก เช่น โรคหน้าแดง (Rosacea), สิวเชื้อรา, สิวสเตียรอยด์ หรือสิวหิน ต่างมีหน้าตาคล้ายสิวอย่างแนบเนียน แต่มีสาเหตุและวิธีการรักษา “คนละขั้ว”หากนำยารักษาสิวทั่วไปไปทา ผิวอาจจะยิ่งพัง แสบไหม้ และเห่อหนักกว่าเดิม บทความนี้หมอจะพาไปทำความรู้จักสิวแท้ และวิธีแยกโรคผื่นเลียนแบบสิวแบบเข้าใจง่ายที่สุดครับ

⏱️ เวลาอ่าน

~8 นาที (ฉบับสมบูรณ์)

🎯 เหมาะสำหรับ

ผู้ที่สงสัยว่าเป็นสิวแท้หรือโรคคล้ายสิว

🔬 ระดับข้อมูล

ตจวิทยา Fitzpatrick & AAD

👨‍⚕️ ผู้เขียน

หมอต้น (ว.51569)

ภาพเปรียบเทียบสิวแท้ Acne Vulgaris ที่มีหัวสิว Comedones กับโรคเลียนแบบสิว Rosacea สิวเชื้อรา สิวสเตียรอยด์ สิวหิน และผื่นรอบปาก
รูปที่ 1: การวินิจฉัยแยกโรคทางตจวิทยา (Differential Diagnosis) (ซ้าย) สิวแท้ (Acne Vulgaris): มีเอกลักษณ์ชี้ขาดคือต้องพบ Comedones (หัวสิวอุดตัน) ทั้งสิวหัวขาวและสิวหัวดำ ร่วมกับตุ่มอักเสบ และ (ขวา) โรคผื่นเลียนแบบสิว (Acne Mimickers): เช่น โรคหน้าแดง (Rosacea - ไม่มี Comedones), สิวเชื้อรา (คัน เม็ดเท่ากัน), สิวสเตียรอยด์, สิวหิน (Milia) และผื่นผิวหนังอักเสบรอบปาก

✓สรุป 3 กฎเหล็กทางการแพทย์ในการดู “สิว”

  • •Hallmark ของสิวแท้คือ “Comedones” (หัวสิว): ถ้าเป็นสิวแท้ (Acne Vulgaris) ต้องตรวจพบหัวสิวอุดตันเสมอ (หัวขาวหรือหัวดำ) หากมีตุ่มแดงทั่วหน้าแต่ไม่มีหัวสิวเลย = ไม่ใช่สิวแท้!
  • •สิวแท้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม: สิวอุดตัน (หัวขาว, หัวดำ, ไมโครโคมีโดน) และ สิวอักเสบ (ตุ่มแดง, ตุ่มหนอง, สิวหัวช้าง, สิวซีสต์)
  • •สกินแคร์ในท้องตลาดสร้างมาเพื่อ “Acne Vulgaris”: ครีมแต้มสิว, BHA หรือ Retinoids ในห้าง ถูกวิจัยมาเพื่อสิวแท้เท่านั้น หากนำไปทาโรคหน้าแดง (Rosacea) หรือสิวเชื้อรา ผิวจะยิ่งไหม้และพังกว่าเดิม
🔬 พยาธิสรีรวิทยาและเอกลักษณ์สำคัญ (Diagnostic Hallmark)

1. สิวแท้ (Acne Vulgaris) คืออะไร? และจุดชี้ขาดคืออะไร?

ในตำราแพทย์ผิวหนังระดับโลก Fitzpatrick’s Dermatology “สิวแท้” หรือชื่อทางการแพทย์คือ Acne Vulgarisเป็นโรคการอักเสบเรื้อรังของหน่วยต่อมไขมันและรูขุมขน (Pilosebaceous Unit) ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันของ 4 ปัจจัยหลัก: การผลิตน้ำมันมากเกินไป, เซลล์ผิวปากรูขุมขนผลัดตัวผิดปกติ, แบคทีเรีย Cutibacterium acnes และกระบวนการอักเสบ

🔑 เอกลักษณ์สำคัญที่สุด (Diagnostic Hallmark): “COMEDONES” (หัวสิว)

จุดแตกต่างสำคัญที่สุดข้อเดียวที่แพทย์ผิวหนังใช้ตัดสินว่าผื่นบนหน้าคือสิวแท้หรือไม่ คือการตรวจหา “Comedones” (หัวสิวอุดตัน)

👉 กฎข้อบังคับทางการแพทย์: ตราบใดที่มีตุ่มแดง ตุ่มหนอง แต่เมื่อส่องกล้องดูแล้ว “ไม่พบหัวสิวอุดตัน (Comedone) เลยแม้แต่เม็ดเดียว”แพทย์จะวินิจฉัยทันทีว่าไม่ใช่สิวแท้! แต่อาจเป็นโรคเลียนแบบสิว (Acneiform Eruption) เช่น โรคหน้าแดง (Rosacea) หรือสิวเชื้อรา

📋 การจำแนกประเภท (Classification & Lesions)

2. ชนิดของสิวใน Acne Vulgaris: สิวอุดตัน VS สิวอักเสบ

สิวแท้สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีความรุนแรงและแนวทางการรักษาที่ต่างกัน:

กลุ่มที่ 1: สิวไม่อักเสบ (สิวอุดตัน)

Non-inflammatory Comedones

  • • สิวหัวขาว (Closed Comedones / Whiteheads):ปากรูขุมขนปิดสนิท ไขมันและเซลล์ผิวตายดันนูนเป็นตุ่มสีขาวหรือสีเนื้อ คลำแล้วรู้สึกสากมือ
  • • สิวหัวดำ (Open Comedones / Blackheads):ปากรูขุมขนเปิดออก ก้อนไขมันสัมผัสอากาศจนเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์กลายเป็นสีดำ (ไม่ใช่ฝุ่นสกปรก)
  • • ไมโครโคมีโดน (Microcomedones):ตัวอ่อนของสิวระดับจุลทรรศน์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พร้อมจะกลายเป็นสิวทุกชนิด
กลุ่มที่ 2: สิวอักเสบ

Inflammatory Acne Lesions

  • • สิวตุ่มแดง (Papules):ตุ่มนูนแดง เจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัส เกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวเริ่มเข้ามารวมตัว
  • • สิวตุ่มหนอง (Pustules):ตุ่มแดงที่มีหัวหนองสีขาวขุ่นหรือสีเหลืองอยู่ตรงกลาง
  • • สิวหัวช้าง (Nodules):ก้อนไตแข็งขนาดใหญ่ใต้ผิว เจ็บมาก เกิดจากผนังรูขุมขนแตกในชั้นหนังแท้ลึก
  • • สิวซีสต์ (Cysts):ถุงหนองปนเลือดขนาดใหญ่ใต้ผิว นิ่ม ยุบยาก และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหลุมสิว
⚠️ การวินิจฉัยแยกโรค (Differential Diagnosis: 7 Acne Mimickers)

3. ถอดรหัส 7 “โรคผื่นคล้ายสิว” (Acne Mimickers) ที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด

นี่คือรายชื่อโรคผิวหนังที่คนไข้มักเดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “เป็นสิวไม่หายสักที” แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นโรคอื่น:

1. โรคสิวหน้าแดง (Rosacea)

พบบ่อยมากในผู้ใหญ่

ลักษณะเด่น: ผิวหน้าแดงง่าย แดงวูบวาบ (Flushing) เมื่อเจอแดด ความร้อน แอลกอฮอล์ หรืออาหารเผ็ดร้อน มีเส้นเลือดฝอยขยายตัวเป็นเส้นใยสีแดง (Telangiectasia) บริเวณแก้ม จมูก และคาง อาจมีตุ่มแดงตุ่มหนองร่วมด้วย
จุดต่างจากสิวแท้: ไม่มี Comedones (หัวสิว) เลยแม้แต่เม็ดเดียว!
⚠️ ข้อควรระวัง: หากเอาครีมรักษาสิว เช่น BHA, Retinol หรือ Benzoyl Peroxide ไปทา ผิวจะเกิดอาการแสบ แดง ลอก ไหม้ และเห่อหนักขึ้นทันที

2. สิวสเตียรอยด์ (Steroid-Induced Acne)

จากครีมหน้าขาว / ยาทา

ลักษณะเด่น: เกิดขึ้นหลังการใช้ยาทาสเตียรอยด์ ครีมกวน ครีมหน้าขาวไร้ อย. หรือยากินสเตียรอยด์ ตุ่มแดงหรือตุ่มหนองจะผุดขึ้นมาพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็ว (Sudden Onset)
จุดต่างจากสิวแท้: ตุ่มทุกเม็ดจะมีขนาดเท่ากันเป๊ะ หน้าตาเหมือนกันหมด (Monomorphic) ไม่มีหัวสิวอุดตัน และมักไม่มีสิวหัวดำ

3. สิวเชื้อรา หรือ รูขุมขนอักเสบจากยีสต์ (Malassezia Folliculitis)

คันยิบๆ เวลาเหงื่อออก

ลักษณะเด่น: เกิดจากเชื้อยายีสต์ตระกูล Malassezia ที่อาศัยอยู่บนผิว ไม่ใช่แบคทีเรียสิว มักเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองเม็ดเล็กๆ ขนาด 1–2 มม. กระจายตัวสม่ำเสมอ พบบ่อยที่หน้าผาก ไรผม หน้าอก และหลัง
จุดต่างจากสิวแท้: คันมาก โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออกหรืออากาศร้อนชื้น ไม่มีหัวสิวอุดตัน และการกินยาปฏิชีวนะรักษาสิวจะยิ่งทำให้เชื้อรายีสต์เติบโตพรึ่บพรั่บกว่าเดิม

4. รูขุมขนอักเสบจากไรขน (Demodex Folliculitis)

ผิวสาก คันยิบๆ ตอนกลางคืน

ลักษณะเด่น: เกิดจากการที่ตัวไรขน Demodex เพิ่มจำนวนมากผิดปกติในรูขุมขน ผิวจะมีตุ่มแดงเล็กๆ ร่วมกับผิวแห้งสากเหมือนกระดาษทราย (Frosted appearance) คันยิบๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน การรักษาต้องใช้ยาทาฆ่าไรขนเฉพาะ เช่น Ivermectin หรือ Metronidazole

5. สิวหิน หรือ ข้าวสารใต้ตา (Milia)

ซีสต์เคราตินแข็งใต้ผิว

ลักษณะเด่น: ตุ่มกลมแข็งสีขาวมุก ขนาด 1–2 มม. พบบ่อยรอบดวงตา ใต้ตา และโหนกแก้ม
จุดต่างจากสิวแท้: ไม่ใช่การอุดตันของต่อมไขมัน แต่เป็น ถุงซีสต์เคราติน (Keratin Cysts)ที่ถูกกักอยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ไม่มีปากรูเปิด ไม่อักเสบ ไม่เจ็บ และยาทาละลายสิวทั่วไปไม่สามารถทำให้ยุบได้ ต้องสะกิดหรือเลเซอร์เปิดออก

6. ผดร้อน (Miliaria)

ต่อมเหงื่ออุดตัน

ลักษณะเด่น: เป็นตุ่มน้ำใสจิ๋วๆ หรือตุ่มแดงคัน เกิดจากการอุดตันของ “ท่อต่อมเหงื่อ” (Eccrine sweat ducts)ไม่ใช่ท่อต่อมไขมัน มักเกิดหลังเผชิญอากาศร้อน เหงื่อออกมาก หรือใส่เสื้อผ้าหนาอับชื้น ยุบตัวได้เองอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในที่เย็นสบาย

7. ผื่นผิวหนังอักเสบรอบปาก (Perioral Dermatitis)

กระจุกตัวรอบริมฝีปาก

ลักษณะเด่น: ตุ่มแดงและตุ่มหนองเล็กๆ กระจุกตัวอยู่รอบปาก ร่องจมูก และคาง มักมีอาการแสบร้อนหรือคัน สัมพันธ์กับการใช้ยาทาสเตียรอยด์รอบปาก หรือยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เข้มข้น
จุดต่างจากสิวแท้: มีลักษณะเฉพาะคือ “มีแถบผิวปกติเว้นว่างรอบขอบริมฝีปาก” (Clear zone / Sparing of vermilion border) และไม่มี Comedones

💊 แผนผังและตารางเปรียบเทียบการรักษา (Targeted Therapy)

4. ทำไมต้องแยกให้ออก? “เพราะสิวแต่ละแบบ รักษาไม่เหมือนกันเลย!”

เหตุผลสำคัญที่สุดที่แพทย์ผิวหนังต้องแยกโรคให้ชัดเจนตั้งแต่นาทีแรก คือ “สกินแคร์และยารักษาสิวในท้องตลาดส่วนใหญ่ ถูกคิดค้นมาเพื่อ Acne Vulgaris (สิวแท้) เท่านั้น”

โรค / ภาวะสาเหตุแท้จริงยาและการรักษาที่ถูกต้องสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
สิวแท้ (Acne Vulgaris)ต่อมไขมัน + C. acnes + ท่อตันRetinoids, BPO, Azelaic acid, กดสิวบีบเค้นสิว, ทาสเตียรอยด์
โรคหน้าแดง (Rosacea)เส้นเลือดฝอยไว + ภูมิคุ้มกัน + ไร DemodexIvermectin, Metronidazole, เลเซอร์ลดรอยแดงทา BHA / Retinol แรงๆ, เจอแดดจัด
สิวเชื้อรา (Malassezia)เชื้อยายีสต์ในรูขุมขนยาทา/ยากินฆ่าเชื้อรา (Ketoconazole)กินยาปฏิชีวนะสิว, ทาออยล์หนาๆ
สิวสเตียรอยด์สารสเตียรอยด์กดภูมิคุ้มกันผิวหยุดสเตียรอยด์ทันที + เสริมเกราะผิวทาสเตียรอยด์ซ้ำเพื่อกดอาการ
สิวหิน (Milia)ถุงซีสต์เคราตินใต้ผิวสะกิดเปิดหัว หรือ เลเซอร์ CO2ทายาแต้มสิว (เสียเงินฟรี ไม่ยุบ)
💬 ข้อคิดทางการแพทย์จากคุณหมอต้น
“การวินิจฉัยโรคให้ถูก คือ 80% ของความสำเร็จในการรักษาผิวครับ คนไข้จำนวนมากรักษา ‘สิว’ มาเป็นปีๆ ไม่ยอมหาย ไม่ใช่เพราะสิวดื้อยา แต่เพราะ ‘เขาไม่ได้เป็นสิวแท้มาตั้งแต่แรก’การพยายามเอาสกินแคร์รักษาสิวไปสู้กับเชื้อรา หรือเอา BHA ไปทากดโรคหน้าแดง รังแต่จะทำให้ผิวพัง เมื่อมีผื่นตุ่มผิดปกติ การเริ่มต้นที่ถูกต้องที่สุดคือการตรวจดูให้แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่ครับ”
— นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น) • ใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ 51569
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชนิดของสิวและการแยกโรค (FAQs)

Qจะรู้ได้อย่างไรว่าตุ่มบนหน้าเราเป็น 'สิวแท้' หรือ 'สิวเชื้อรา' (Malassezia Folliculitis)?▼

วิธีสังเกตง่ายๆ 3 ข้อครับ: 1. อาการคัน: สิวแท้มักเจ็บระบมแต่ไม่คัน ส่วนสิวเชื้อราจะ 'คันยิบๆ มาก' โดยเฉพาะเวลาเหงื่อออก, 2. ลักษณะเม็ด: สิวแท้จะมีหลากหลายขนาดปะปนกัน (มีทั้งหัวดำ หัวขาว ตุ่มแดง) แต่สิวเชื้อราจะเป็นตุ่มแดงเม็ดเล็กๆ ขนาดเท่ากันเป๊ะกระจายสม่ำเสมอ (Monomorphic), และ 3. สิวเชื้อรา 'ไม่มีหัวสิวอุดตัน (Comedone)' เลยครับ

Qทำไมสิวหัวดำถึงเป็นสีดำ เกิดจากความสกปรกหรือฝุ่นละอองจริงไหม?▼

ไม่ใช่ความสกปรกเลยครับ! สิวหัวดำ (Open Comedone) คือก้อนไขมันและเซลล์ผิวที่อุดตันในรูขุมขนที่มี 'ปากรูเปิดออกสู่ภายนอก' สารเมลานินในเซลล์ผิวและไขมันเมื่อสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่า 'Oxidation' ทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ เหมือนผิวแอปเปิ้ลที่ปอกทิ้งไว้แล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล การขัดถูหน้าแรงๆ จึงไม่ช่วยให้หาย และกลับจะทำให้ผิวระคายเคืองครับ

Qทำไมสิวหิน (Milia) ทายาละลายสิวกลุ่ม BHA หรือ Retinoids แล้วไม่ยอมยุบ?▼

เพราะสิวหินไม่ใช่สิวที่เกิดจากต่อมไขมันอุดตันครับ! ในทางการแพทย์ Milia คือ 'ซีสต์ก้อนเคราตินเล็กๆ' (Epidermal Keratin Cysts) ที่ถูกกักขังอยู่ใต้ผิวหนังแท้ชั้นบน โดยไม่มีรูเปิดเชื่อมกับภายนอก ยาทาสิวจึงไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปละลายได้ วิธีการจัดการที่ถูกต้องคือการใช้เข็มปลอดเชื้อเปิดผิวเล็กน้อยแล้วสะกิดออก หรือใช้เลเซอร์ CO2 สะกิดเปิดทางเบาๆ ก้อนไข่มุกเคราตินก็จะหลุดออกอย่างปลอดภัยครับ

Qถ้าสงสัยว่าเป็นโรคหน้าแดง (Rosacea) ควรหยุดใช้อะไรทันที?▼

ควรหยุดใช้สกินแคร์ผลัดเซลล์ผิวที่มีฤทธิ์ระคายเคืองทันทีครับ เช่น BHA (Salicylic acid), AHA (Glycolic acid), ยาทากลุ่ม Retinoids เข้มข้น, สครับขัดหน้า, และโฟมล้างหน้าที่มีฟองแรงๆ เพราะผิวของคนที่เป็น Rosacea มีเส้นเลือดฝอยไวต่อการระคายเคืองสูงมาก การใช้ยารักษาสิวทั่วไปจะทำให้หน้าแดงไหม้และแสบแสบร้อนรุนแรง ควรเปลี่ยนมาใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน มอยส์เจอไรเซอร์เสริมเกราะผิว และพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงโรคครับ

Qสิวอุดตันหัวขาว ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ได้?▼

สิวหัวขาว (Closed Comedone) มีปากรูขุมขนปิดสนิท ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ สภาวะ 'ไร้ออกซิเจน' ภายในรูขุมขนร่วมกับน้ำมันที่สะสมอยู่ เป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย Cutibacterium acnes เมื่อแบคทีเรียกินน้ำมันและแบ่งตัวเพิ่มขึ้น จะปล่อยเอนไซม์และสารกระตุ้น ทำให้เม็ดเลือดขาวหลั่งสารอักเสบและผนังรูขุมขนปริแตก จนกลายเป็นสิวอักเสบแดงและตุ่มหนองในที่สุดครับ

📚 เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (Medical References)

  1. Kang S, Amagai M, Bruckner AL, et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 9th ed. McGraw-Hill; 2019. (Chapter 78: Acne Vulgaris & Chapter 79: Rosacea and Related Disorders). [PubMed/DOI ↗]
  2. Plewig G, Kligman AM. Acne and Rosacea. 3rd ed. Springer-Verlag; 2000:3-48. (The Comedo as the Hallmark of Acne Vulgaris vs Acneiform Eruptions). [PubMed/DOI ↗]
  3. Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. J Am Acad Dermatol. 2024;90(5):1006.e1-1006.e30. [PubMed/DOI ↗]
  4. Tan J, Berg M. Rosacea: current state of epidemiology, pathogenesis, and treatment. Lancet. 2016;387(10038):264-275. [PubMed/DOI ↗]
  5. Rubenstein RM, Malerich SA. Malassezia (pityrosporum) folliculitis. J Clin Aesthet Dermatol. 2014;7(3):37-41. [PubMed/DOI ↗]
  6. Rather PA, Hassan I. Human demodex mite: the versatile mite of dermatological importance. Indian J Dermatol. 2014;59(1):60-66. [PubMed/DOI ↗]
  7. Tempark T, Shwayder TA. Perioral dermatitis: a review of its presentation with clinical nuances. Pediatr Dermatol. 2014;31(2):137-146. [PubMed/DOI ↗]

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด →