ภูวรินทร์คลินิก
Medical LED Phototherapy✓ ไม่เจ็บ 100% · ไร้รอยแผล✓ ปลอดภัยต่อคนท้อง

Biolight แสงบำบัดรักษาสิว
ผสาน 3 คลื่นแสงชีวภาพบริสุทธิ์

นวัตกรรมแสงชีวภาพทางการแพทย์เพื่อการฟื้นฟูผิวเป็นสิวอย่างอ่อนโยนถึงระดับเซลล์ แสงสีฟ้า (415nm) ฆ่าเชื้อสิว C. acnes โดยไม่ทำให้ดื้อยา, แสงสีแดง (630nm) ลดการอักเสบระบมและเร่งสมานแผลสิว, และ แสงสีเหลือง (590nm) ลดรอยแดง ปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย ปลอดภัย ไม่มีความร้อนสะสม ควบคุมการรักษาโดย นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น ว.51569)

Triple Action PhototherapyNon-Thermal Light
415
แสงสีฟ้าฆ่าเชื้อ C. acnes
630
แสงสีแดงลดอักเสบ สมานแผล
590
แสงสีเหลืองลดรอยแดง บวม
ปลอดภัย ปราศจากรังสี UV 100%✓ ไม่ทำให้ผิวบาง
Phuvarin Clinical Acne Protocol

Biolight Acne Treatment

Medical Grade
ระบบแสง: High-Density LED
การระคายเคือง: 0% (ไม่มีแผล)
กลุ่มคนไข้: สิวอักเสบ / ผิวแพ้ / คนท้อง
ผู้ดูแล: หมอต้น ว.51569 ทุกเคส
⏱️เวลาทำหัตถการ
15 – 20 นาที / ครั้งไม่ต้องแปะยาชา นอนฉายแสงผ่อนคลายสบายตา
🛡️การพักฟื้นผิว
0 วัน (No Downtime)ไม่มีแผล ไม่ตกสะเก็ด ไม่แสบเบิร์น แต่งหน้าได้ทันที
🔄จำนวนครั้งแนะนำ
4 – 8 ครั้งสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ช่วยให้สิวอักเสบยุบแห้งไว
💳การเข้ารับบริการ
รวมในโปรแกรมสิว / รายครั้งปรับเปลี่ยนจากมาส์ก AHA/กดสิว หรือรับบริการเสริม
🔬 Biological Wavelengths

เจาะลึก 3 คลื่นแสงบำบัดสิว: ฟ้า • แดง • เหลือง

แสงแต่ละความยาวคลื่นมีระดับความลึกและเป้าหมายในโครงสร้างผิวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อนำมาผสานร่วมกัน จึงสามารถตัดวงจรสิวได้ครบทั้ง 3 มิติ

415 – 420 nmฆ่าเชื้อสิว ไม่ดื้อยา

แสงสีฟ้า (Blue Light)

ความลึก: ชั้นหนังกำพร้าและปากรูขุมขน (Epidermis ~1 มม.)
เป้าหมาย: เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C. acnes)

🔬 กลไกทางชีววิทยา:

เชื้อ C. acnes ผลิตสารตามธรรมชาติชื่อ Coproporphyrin III เมื่อแสงสีฟ้า 415nm ส่องกระทบ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีแสง (Photochemical reaction) สร้าง Singlet Oxygen (อนุมูลอิสระออกซิเจนความเข้มข้นสูง) เข้าทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของแบคทีเรียสิวโดยตรง สลายเชื้อสิวอย่างอ่อนโยน

✨ ประโยชน์ต่อคนเป็นสิว:

สิวอักเสบและสิวหนองยุบแห้งไวอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือ 'ไม่ทำให้เกิดเชื้อดื้อยา' (No antibiotic resistance) ต่างจากการใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดทาหรือกินต่อเนื่องนานๆ

630 – 660 nmลดการอักเสบ สมานแผล

แสงสีแดง (Red Light)

ความลึก: ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis ~2–3 มม.)
เป้าหมาย: ไมโทคอนเดรีย, ไฟโบรบลาสต์ และสารสื่ออักเสบ

🔬 กลไกทางชีววิทยา:

ทำงานผ่านกระบวนการ Photobiomodulation (PBM) โดยเอนไซม์ Cytochrome c oxidase ในไมโทคอนเดรียจะดูดกลืนแสงสีแดง กระตุ้นการสร้างพลังงาน ATP ให้เซลล์ผิวมีพลังซ่อมแซมตัวเอง พร้อมสั่งลดการหลั่งไซโตไคน์ก่อการอักเสบ (IL-1α, IL-6, TNF-α)

✨ ประโยชน์ต่อคนเป็นสิว:

ลดอาการบวม แดง เจ็บระบม ของสิวอักเสบ สิวหัวช้าง และสิวไต เร่งกระบวนการสมานแผลหลังการกดสิวให้หายเร็วขึ้น 2 เท่า พร้อมลดการทำลายคอลลาเจน จึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดหลุมสิวถาวร

590 nmลดรอยแดง ปลอบประโลม

แสงสีเหลือง (Yellow Light)

ความลึก: ชั้นหนังแท้ส่วนตื้นถึงปานกลาง (Papillary to Mid-Dermis ~1–2 มม.)
เป้าหมาย: หลอดเลือดฝอยและระบบไหลเวียนน้ำเหลือง

🔬 กลไกทางชีววิทยา:

พลังงานแสงสีเหลืองช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นการระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) ช่วยเร่งขับสารพิษและของเสียจากบริเวณที่มีการอักเสบ พร้อมลดการขยายตัวผิดปกติของเส้นเลือดฝอยใต้ผิว

✨ ประโยชน์ต่อคนเป็นสิว:

ช่วยลดรอยแดงสิว (Post-Inflammatory Erythema: PIE) ปลอบประโลมผิวที่แสบแดง ระคายเคือง หรือแห้งลอกจากการใช้ยารักษาสิวแรงๆ ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้กลับมาแข็งแรง ผิวสงบขึ้น ไม่เห่อง่าย

RGB
Dual & Triple Combination Modeครอบคลุมทั้งเชื้อสิว การอักเสบ และรอยสิวในครั้งเดียว

ทำไมหมอต้นถึงแนะนำให้ใช้ “แสงผสม (ฟ้า + แดง + เหลือง)” ร่วมกัน?

สิวบนใบหน้าไม่ได้มีเพียงแค่เชื้อแบคทีเรีย แต่ยังมีทั้ง อาการอักเสบ บวมแดง แผลระบม และรอยแดง การฉายแสงเดี่ยวอาจแก้ปัญหาได้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่การผสมผสานแสงสีฟ้า (ฆ่าเชื้อสิว) ร่วมกับแสงสีแดง (สมานแผลลดบวม) และแสงสีเหลือง (ลดรอยแดง) จะช่วยให้สิวยุบตัวเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า ป้องกันการเกิดรอยหลุม และช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงอย่างสมบูรณ์แบบ

💡 Scientific Principle

กลไกทางชีววิทยา: ทำไมแสงถึงฆ่าเชื้อสิวและสมานแผลได้?

ทำความเข้าใจหลักการ Photomedicine ที่ผ่านการวิจัยทางการแพทย์รองรับอย่างกว้างขวาง

01

กลไกการฆ่าเชื้อสิวของแสงสีฟ้า (Photodynamic Destruction)

  • •ตัวรับแสงตามธรรมชาติ (Chromophore): เชื้อ C. acnes ที่ฝังตัวในรูขุมขนจะสังเคราะห์สารกลุ่ม Porphyrin (Coproporphyrin III) เก็บไว้ในเซลล์
  • •ปฏิกิริยาเคมีแสง (Photochemical Activation): แสงสีฟ้าความยาวคลื่น 415nm จะถูก Porphyrin ดูดกลืนได้อย่างจำเพาะสูงสุด
  • •ทำลายเชื้อสิวโดยตรง: เกิดอนุมูลอิสระออกซิเจน (Singlet Oxygen) ระเบิดเยื่อหุ้มเซลล์ของเชื้อสิวให้สลายตัวลง โดยไม่ทำให้เซลล์ผิวหนังรอบข้างเสียหาย
02

กลไกลดอักเสบและสมานแผลของแสงสีแดง (Photobiomodulation)

  • •กระตุ้นโรงงานพลังงานเซลล์ (Mitochondrial ATP): แสงสีแดง 630nm ทะลุลงลึกถึงชั้นหนังแท้ กระตุ้นเอนไซม์ Cytochrome c oxidase ให้ผลิต ATP เพิ่มขึ้น
  • •ยับยั้งสารก่อการอักเสบ: ลดการหลั่งสารไซโตไคน์ (IL-1, IL-6, TNF-alpha) จึงช่วยบรรเทาอาการปวดบวมแดงของสิวอักเสบได้อย่างรวดเร็ว
  • •เร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่: กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้เร่งสมานแผลจากการกดสิวและป้องกันการเกิดพังผืดหลุมสิวใหม่
⭐ Key Advantages

5 เหตุผลทำไมคนเป็นสิวควรฉายแสง Biolight

ทำไมคลินิกผิวหนังชั้นนำทั่วโลกจึงนำการฉายแสงมาผสานในโปรแกรมรักษาสิวมาตรฐาน

🛡️

1. ฆ่าเชื้อสิวโดยไม่เกิดการดื้อยา

การกินหรือทายาปฏิชีวนะนานเกินไปมักทำให้เชื้อสิวดื้อยาและกลับมาเห่อซ้ำ แต่ Biolight ฆ่าเชื้อด้วยปฏิกิริยาเคมีแสงเชิงกายภาพ จึงไม่มีวันดื้อยา ทำได้ต่อเนื่องยาวนาน

😌

2. ไม่เจ็บ 100% ไร้กังวล

ปราศจากความร้อน ไม่มีความรู้สึกแสบหรือเจ็บจี๊ดใดๆ ไม่ต้องทายาชา คนไข้สามารถนอนพักผ่อนอย่างผ่อนคลายตลอดกระบวนการ

✨

3. ไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น

ไม่มีแผลสะเก็ด ไม่ทำให้ผิวลอกเป็นขุย หลังทำสามารถทากันแดด แต่งหน้า และกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

🤰

4. ปลอดภัยสูงสุดสำหรับคนท้อง

คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตรที่ไม่สามารถทานยารักษาสิวหรือทายากลุ่มวิตามินเอได้ สามารถใช้ Biolight เป็นทางเลือกรักษาสิวที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน AAD

🩹

5. เร่งสมานแผล ลดบวมหลังกดสิว

เมื่อฉายแสงทันทีหลังการกดสิวเคลียร์หัวสิว แสงสีฟ้าจะช่วยฆ่าเชื้อปากแผล และแสงสีแดงจะเร่งสมานรอยกด ช่วยให้รอยแดงจางไวและไม่ทิ้งรอยดำ

🌿

6. ปลอบประโลมผิวแพ้ง่าย ติดสาร

แสงสีเหลืองช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอจากการแพ้สารสเตียรอยด์ หรือผิวแห้งแสบจากการใช้ยาสิว ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

📊 Modality Comparison

เปรียบเทียบ Biolight VS เลเซอร์ลดรอย VS ยาทาสิว

เลือกวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์ความต้องการและสภาพผิวของคุณ

เกณฑ์เปรียบเทียบBiolight Phototherapyเลเซอร์ลดรอย (Cellec V / Iris)ยาทาฆ่าเชื้อสิวทั่วไป
ชนิดของพลังงานพลังงานแสงชีวภาพความเข้มข้นต่ำ (LED Phototherapy ไม่มีความร้อน)เลเซอร์หรือแสงความเข้มสูง (Cellec V IPL, Fotona, Blue iris)ยาทากลุ่มฆ่าเชื้อ (Benzoyl Peroxide, Clindamycin)
ความรู้สึกขณะทำไม่เจ็บ 100% รู้สึกเพียงแสงสว่างอุ่นสบายตา ไม่ต้องทายาชารู้สึกดีดเบาๆ หรืออุ่นลึกใต้ผิวตามระดับพลังงานอาจแสบ คัน ยิบๆ หรือผิวแห้งลอกในระยะแรก
การพักฟื้นและสะเก็ดแผล0 วัน ไม่มีแผล ไม่ตกสะเก็ด ไม่ระคายเคือง แต่งหน้าได้ทันที0 วัน (รอยสิว) หรือสะเก็ดจิ๋ว 4–6 วัน (หลุมสิว)ไม่มีสะเก็ดแต่อาจมีขุยขาวและผิวลอก
ความเสี่ยงเชื้อดื้อยาไม่มีโอกาสดื้อยา (ฆ่าเชื้อด้วย Singlet Oxygen ทางกายภาพ)ไม่มีโอกาสดื้อยามีโอกาสเชื้อดื้อยาหากใช้ยาปฏิชีวนะเดี่ยวๆ ต่อเนื่อง
ความปลอดภัยในคนท้อง / ผิวแพ้ง่ายปลอดภัยสูงสุด 100% คนท้องและแม่ให้นมบุตรทำได้อย่างสบายใจคนท้องควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนทำต้องงดยากลุ่มวิตามินเอและยาฆ่าเชื้อบางชนิดเด็ดขาด
ความถี่ที่แนะนำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ทุก 2–4 สัปดาห์ต่อครั้งทาทุกวันเช้า-เย็นตามคำสั่งแพทย์
🎯 Patient Eligibility

เหมาะกับใคร VS ไม่เหมาะกับใคร & ข้อควรระวัง

หมอต้นจะประเมินสภาพผิวและข้อจำกัดของคนไข้ก่อนการทำหัตถการทุกครั้ง

✓

เหมาะสำหรับใคร (Indications)

  • •ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง สิวเม็ดแดงกระจายตัว
  • •ผู้ที่มีอาการระบม บวมแดง หลังจากการกดสิวเคลียร์หัวสิว
  • •คุณแม่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร ที่เป็นสิวแต่ไม่สามารถทานยารักษาสิวได้
  • •ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือผิวแห้งแสบลอกจากการใช้ยาทาสิวแรงๆ
  • •ผู้ที่มีรอยแดงสิว (PIE) ตกค้างหลังสิวหาย
  • •ผู้ที่กลัวเข็ม กลัวความเจ็บเลเซอร์ หรือไม่ต้องการให้มีสะเก็ดแผลพักฟื้น
✕

ไม่เหมาะกับใคร / ข้อควรแจ้งแพทย์

  • •ผู้ที่มีภาวะแพ้แสงแดดหรือโรคแพ้แสง (Photosensitivity Disorders เช่น SLE, Porphyria)
  • •ผู้ที่กำลังรับประทานยากลุ่มที่ทำให้ผิวไวต่อแสงเป็นพิเศษ (Photosensitizing Drugs)
  • •ผู้ที่มีประวัติโรคลมชักที่ถูกกระตุ้นด้วยแสงกะพริบ (Photosensitive Epilepsy)
  • •ผู้ที่มีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่หรือแผลติดเชื้อรุนแรงบริเวณใบหน้า (ควรให้แพทย์ตรวจรักษาการติดเชื้อก่อน)
  • •ผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedones) ลึกจำนวนมาก แนะนำให้ทำร่วมกับการกดสิวหรือมาส์กผลัดเซลล์ผิวเพื่อเปิดปากรูขุมขน
❓ FAQ & Answers

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉายแสง Biolight

รวมทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับระยะเวลา ผลลัพธ์ และความปลอดภัย ตอบตรงไปตรงมาโดย นพ.ภูมิใจ

Qฉายแสง Biolight เจ็บไหม แสบตาหรือไม่?▼

การฉายแสง Biolight ไม่เจ็บเลย 100% ครับ พลังงานแสงชีวภาพเป็นแบบ Non-thermal (แสงเย็น) ไม่มีความร้อนสะสม จึงไม่แสบผิว ไม่เกิดรอยไหม้ และขณะทำทางคลินิกจะมีอุปกรณ์ครอบปกป้องสายตา (Protective Goggles) มาตรฐานทางการแพทย์ปิดไว้อย่างมิดชิด คนไข้สามารถนอนพักผ่อนอย่างสบายใจตลอด 15–20 นาทีครับ

Qคนท้องหรือคุณแม่ให้นมบุตร ฉายแสงรักษาสิวได้ไหม?▼

สามารถทำได้อย่างปลอดภัย 100% ครับ ในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนมักกระตุ้นให้สิวเห่อรุนแรง แต่คุณแม่ไม่สามารถทานยาปฏิชีวนะหรือยาลดสิวกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Isotretinoin) ได้ สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกัน (AAD) จึงแนะนำให้ใช้แสงบำบัด Phototherapy (แสงฟ้า+แสงแดง) เป็นหนึ่งในทางเลือกรักษาสิวที่ปลอดภัยที่สุด เพราะออกฤทธิ์เฉพาะที่ผิวหนัง ไม่มีสารเคมีตกค้างเข้าสู่กระแสเลือดหรือทารกในครรภ์

Qต้องฉายแสงกี่ครั้งจึงจะเห็นผลว่าสิวอักเสบดีขึ้น?▼

คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกได้ตั้งแต่ 1–2 ครั้งแรกว่า สิวอักเสบที่มีอาการบวมแดงหรือเจ็บระบมจะเริ่มทุเลาลงอย่างชัดเจน แผลสิวแห้งเร็วขึ้น โดยแนะนำทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ประมาณ 4–8 ครั้ง ควบคู่กับโปรแกรมดูแลสิวและการปรับยาทาเฉพาะบุคคล จะช่วยควบคุมเชื้อสิวไม่ให้กลับมาเห่อซ้ำในระยะยาวครับ

Qหลังฉายแสง Biolight ผิวจะบางลง หรือไวต่อแสงแดดไหม?▼

ไม่ทำให้ผิวบางลงและไม่ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดครับ เพราะแสง Biolight เป็นช่วงความยาวคลื่นแสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) ปราศจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV-Free 100%) ในทางตรงกันข้าม แสงสีแดงและสีเหลืองยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย หลังทำสามารถทากันแดดและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

Qโปรแกรม Biolight สามารถทำร่วมกับโปรแกรมรักษาสิว M2 ได้อย่างไร?▼

ที่ภูวรินทร์คลินิก เราเปิดโอกาสให้คนไข้ปรับเปลี่ยนหัตถการได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาพผิวจริงครับ คนไข้ในโปรแกรม M1, M2, M2 DUO หรือ M2 Ultra สามารถเลือกปรับหัตถการมาส์ก AHA หรือกดสิว มาเป็นการฉายแสง Biolight เพื่อเน้นฆ่าเชื้อและลดการอักเสบระบมได้ตามดุลยพินิจของหมอต้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือสามารถเลือกรับบริการฉายแสงเสริมรายครั้งได้ในราคาสบายกระเป๋าครับ

📚 เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

Papageorgiou P, Katsambas A, Chu A. (British Journal of Dermatology. 2000;142(5):973-978.)

Phototherapy with blue (415 nm) and red (660 nm) light in the treatment of acne vulgaris

💡 นัยสำคัญทางการแพทย์: การศึกษาวิจัยแบบสุ่มพบว่า การผสานแสงสีฟ้า 415nm ร่วมกับแสงสีแดง 660nm ช่วยลดสิวอักเสบได้ถึง 76% ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าการใช้แสงสีใดสีหนึ่งเพียงอย่างเดียว

Lee SY, You CE, Park MY. (Clinical and Experimental Dermatology. 2007;32(2):160-163.)

Blue and red light combination LED phototherapy for acne vulgaris in patients with skin phototype IV

💡 นัยสำคัญทางการแพทย์: การศึกษาในคนไข้ผิวสองสีแบบชาวเอเชียยืนยันว่า การฉายแสง LED ฟ้าและแดงร่วมกันช่วยลดสิวอักเสบและรอยสิวได้อย่างมีนัยสำคัญโดยไม่พบผลข้างเคียงหรือรอยดำ

Gold MH, Andriessen A, Biron J, Levinthal H. (The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology. 2009;2(3):44-50.)

Clinical Efficacy of Self-applied Blue Light Therapy for Mild-to-Moderate Facial Acne

💡 นัยสำคัญทางการแพทย์: งานวิจัยรับรองกลไกการสลายเชื้อ C. acnes ผ่านการกระตุ้น Coproporphyrin III และการสร้าง Singlet Oxygen โดยไม่ก่อให้เกิดการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย

Reynolds N, et al. American Academy of Dermatology (AAD). (Journal of the American Academy of Dermatology. 2024;90(5):1006-1033.)

Guidelines of care for the management of acne vulgaris

💡 นัยสำคัญทางการแพทย์: แนวทางเวชปฏิบัติสากล AAD 2024 ระบุให้แสงบำบัด Phototherapy เป็นทางเลือกการรักษาเสริมที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย โดยเฉพาะในสตรีมีครรภ์และผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะ

ปรึกษาปัญหาผิวเป็นสิวกับหมอต้นโดยตรง

พร้อมฟื้นฟูผิวให้กลับมาเนียนใส ปลอดภัย ไม่เลี้ยงไข้

ตรวจวิเคราะห์ผิวจริงโดย นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น ว.51569) เพื่อเลือกคลื่นแสงและการรักษาที่ตรงจุด คุ้มค่า สบายใจในราคาที่โปร่งใส ไม่มีเซลล์กดดันขายคอร์ส