สิวฮอร์โมน คืออะไร? แยกฮอร์โมนปกติ (ยังไม่เป็นโรค) VS โรคฮอร์โมนผิดปกติ (PCOS, ไทรอยด์)
สิวของคุณเกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนตามธรรมชาติ (ประจำเดือน นอนดึก กินหวาน เครียด) หรือเป็นสัญญาณเตือนของโรคต่อมไร้ท่อที่ซ่อนอยู่? เจาะลึกชีววิทยาต่อมไขมัน การวินิจฉัย และแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง โดย นพ.ภูมิใจ (หมอต้น)


บทสรุปทางการแพทย์ใน 1 นาที (Key Medical Takeaways)
- 1.ต้องแยก 2 กลุ่มให้ขาด: สิวฮอร์โมนไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป คนส่วนใหญ่เป็น “กลุ่มฮอร์โมนสรีรวิทยาปกติ” (รอบเดือน, นอนดึก, ทานหวาน, เครียด) ซึ่งร่างกายปกติสนิท แต่มีเพียงส่วนน้อยที่เป็น “กลุ่มโรคฮอร์โมนผิดปกติจริง” (เช่น PCOS, Hyperthyroid, ต่อมหมวกไต)
- 2.ทำไมฮอร์โมนปกติแต่สิวขึ้น? เพราะต่อมไขมันบริเวณคางและกรอบหน้า (U-Zone) มีความไวต่อฮอร์โมนสูงเป็นพิเศษ (Receptor Hypersensitivity) แม้ระดับฮอร์โมนในกระแสเลือดจะปกติเท่าคนทั่วไปก็ตาม
- 3.พฤติกรรมกระตุ้นฮอร์โมนโดยไม่รู้ตัว: การนอนดึกกระตุ้น Cortisol, การกินหวาน/แป้งขัดขาวกระตุ้น Insulin และ IGF-1 ซึ่งไปเร่งต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันและอักเสบทันที แม้จะยังไม่ได้ป่วยเป็นเบาหวาน
- 4.การรักษาต้องตรงกับกลุ่มที่เป็น: กลุ่มฮอร์โมนปกติเน้นปรับไลฟ์สไตล์ ทายา และทำเลเซอร์ Rumino 1450nm Diode Laser คุมต่อมไขมัน ส่วนกลุ่มที่เป็นโรคต้องตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคนั้นๆ ร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง
1. หัวใจสำคัญ: แยกให้ออกระหว่าง “ฮอร์โมนปกติ” กับ “โรคฮอร์โมนผิดปกติ”
เวลาคนไข้ได้ยินคำว่า “สิวฮอร์โมน” หลายคนมักตกใจและคิดว่า “ร่างกายเราผิดปกติหรือเป็นโรคร้ายแรงอะไรหรือเปล่า?”
ในฐานะแพทย์ผิวหนัง สิ่งแรกที่หมอต้องอธิบายให้คนไข้เข้าใจคือ เราต้องแยกสิวที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งมีกลไก อาการ และแนวทางการรักษาที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ:
| ลักษณะการเปรียบเทียบ | กลุ่มที่ 1: ฮอร์โมนสรีรวิทยาปกติ (ยังไม่เป็นโรค) | กลุ่มที่ 2: โรคฮอร์โมนผิดปกติ (Pathology) |
|---|---|---|
| นิยามทางการแพทย์ | สิวที่เกิดจากความผันผวนตามธรรมชาติ หรือพฤติกรรมกระตุ้นฮอร์โมนในคนสุขภาพดี | สิวที่เป็นอาการแสดงของโรคต่อมไร้ท่อ หรืออวัยวะผลิตฮอร์โมนผิดปกติ |
| ตัวอย่างที่พบบ่อย | • สิวเห่อก่อนมีประจำเดือน (Pre-menstrual flare) • สิวจากการนอนน้อย / อดนอน • สิวจากการทานหวาน / แป้งขัดขาว / นมวัว • สิวจากความเครียดสะสม • ฮอร์โมนเพศชายปกติ แต่ต่อมไขมันตอบสนองไวเกิน | • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) • ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) • โรคต่อมหมวกไต (NCCAH, Cushing's) • การใช้ยาสเตียรอยด์ หรือฮอร์โมนเพาะกาย |
| ผลตรวจเลือดในห้องแล็บ | ระดับฮอร์โมนในเลือด “ปกติสนิท” (Normal Level) | ระดับฮอร์โมนในเลือด “ผิดปกติชัดเจน” |
| อาการทางร่างกายอื่น | ไม่มี ร่างกายแข็งแรง ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ | ประจำเดือนขาดหาย, ขนดก, ผมร่วง, ใจสั่น, น้ำหนักผิดปกติ |
| หัวใจการรักษา | ปรับ Lifestyle + ยาทาเฉพาะที่ + เลเซอร์คุมต่อมไขมัน | รักษาโรคต้นเหตุร่วมกับอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ / สูตินรีแพทย์ |
2. กลุ่มที่ 1: สิวจากฮอร์โมนปกติ (ยังไม่เป็นโรค) เกิดขึ้นได้อย่างไร?
นี่คือกลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุดถึง 80–90% ของคนที่เป็นสิวฮอร์โมนครับ ร่างกายไม่ได้มีพยาธิสภาพหรือโรคประจำตัว แต่เกิดจากปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวัน:
🩸 1) สิวตามรอบเดือนของผู้หญิง (Menstrual Fluctuations)
ในช่วง 7–10 วันก่อนมีประจำเดือน (Luteal Phase) ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่เคยช่วยกดการทำงานของต่อมไขมันจะลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สัดส่วนของฮอร์โมนแอนโดรเจนเด่นขึ้นมาชั่วคราว ประกอบกับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่สูงขึ้นทำให้ท่อรูขุมขนบวมน้ำแคบลง น้ำมันจึงระบายไม่ออกและเกิดสิวเห่อขึ้นมา นี่คือสรีรวิทยาปกติของระบบสืบพันธุ์ ไม่ใช่ความเจ็บป่วยครับ
🧬 2) ฮอร์โมนเพศชายปกติ แต่ต่อมไขมัน “ไวเกินไป” (Receptor Hypersensitivity)
ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมีฮอร์โมน Testosterone ตามธรรมชาติ แต่ในคนที่เป็นสิว บริเวณต่อมไขมันจะมี เอนไซม์ 5-alpha reductase ทำงานขยันผิดปกติ เปลี่ยน Testosterone ให้เป็น DHT ในปริมาณมากเฉพาะที่ผิวหนัง และตัวรับ Androgen Receptor ในต่อมไขมันก็ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าคนทั่วไป ทำให้ผลิตน้ำมันซีบัมออกมาเยอะแม้ฮอร์โมนในกระแสเลือดจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
🌙 3) สิวจากการนอนน้อย / อดนอน (Sleep Deprivation)
เมื่อนอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จังหวะชีวภาพ (Circadian Rhythm) จะแปรปรวน ส่งผลให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาในปริมาณสูงตลอดทั้งคืน คอร์ติซอลจะกระตุ้นตัวรับบนต่อมไขมันโดยตรงให้เร่งขับน้ำมัน เพิ่มสารไซโตไคน์กระตุ้นการอักเสบ และลดทอนประสิทธิภาพของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) สิวจึงเห่อขึ้นอย่างรวดเร็วหลังคืนที่อดนอน
🍰 4) สิวจากการทานหวานเยอะและแป้งขัดขาว (Insulin & IGF-1 Axis)
การดื่มชานม กินขนมเค้ก หรืออาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index) จะกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่ง อินซูลิน (Insulin) และกระตุ้นตับให้สร้างฮอร์โมน IGF-1 (Insulin-like Growth Factor 1) ขึ้นมาชั่วขณะ ฮอร์โมนคู่นี้จะไปเปิดสวิตช์ยีน mTORC1 Pathway ในเซลล์ผิว สั่งให้ต่อมไขมันสังเคราะห์ไขมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ผิวจนอุดตัน แม้คนไข้จะยังไม่ได้ป่วยเป็นเบาหวานก็ตาม
⚡ 5) สิวจากความเครียดสะสม (Psychological Stress)
ความเครียดจากการทำงานหรือการใช้ชีวิตจะกระตุ้นแกนสมองส่วน HPA Axis ให้หลั่งสาร CRH (Corticotropin-Releasing Hormone) สารตัวนี้สามารถจับกับตัวรับบนเซลล์สร้างไขมัน (Sebocytes) ได้โดยตรง ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบในรูขุมขนแม้ผิวจะสะอาดหมดจดก็ตาม
3. กลุ่มที่ 2: สิวจากโรคฮอร์โมนผิดปกติจริง (Pathological Disorders)
ในกลุ่มนี้ สิวไม่ได้เป็นแค่ปัญหาผิวหนังธรรมดา แต่เป็น “สัญญาณเตือนของโรคความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrine Diseases)” ซึ่งจำเป็นต้องตรวจรักษาที่ต้นเหตุของโรคร่วมด้วย:
🚨 1) ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS - Polycystic Ovary Syndrome)
พบบ่อยสุดในโรคต่อมไร้ท่อเกิดจากรังไข่สร้างฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงผิดปกติเรื้อรัง ร่วมกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin Resistance)
ลักษณะเด่น: สิวเห่อรุนแรงบริเวณคางและกรอบหน้า ดื้อต่อยาทาทั่วไป ร่วมกับประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขาดหายเกิน 35 วัน, มีขนดกขึ้นผิดปกติ (หนวด เครา หน้าอก), ผมบางตรงกลางกระหม่อม, น้ำหนักตัวขึ้นง่าย อ้วนลงพุง และตรวจอัลตราซาวด์พบถุงน้ำเล็กๆ จำนวนมากในรังไข่
🦋 2) ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ / ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)
ความผิดปกติของไทรอยด์เมื่อต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ (Free T3, Free T4) ออกมามากเกินไป จะเร่งอัตราการเผาผลาญ (Basal Metabolic Rate) ของทุกเซลล์ในร่างกายให้ทำงานเร็วและร้อนขึ้น
กลไกที่ทำให้เกิดสิว: ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันจะถูกเร่งให้ทำงานหนัก ผิวหน้ามันเยิ้ม มีเหงื่อออกตลอดเวลา อุณหภูมิผิวสูงขึ้นทำให้รูขุมขนเกิดการอักเสบได้ง่าย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระดับโปรตีน SHBG ในตับ ทำให้สมดุลฮอร์โมนเพศอิสระแปรปรวน สิวจึงเห่อขึ้นร่วมกับอาการทางร่างกาย เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย มือสั่น ขี้ร้อน น้ำหนักลดฮวบแม้จะกินจุ และนอนไม่หลับ
⚠️ 3) โรคต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ (Adrenal Hyperplasia & Cushing's)
เช่น โรค Non-classic Congenital Adrenal Hyperplasia (NCCAH) ซึ่งต่อมหมวกไตขาดเอนไซม์บางชนิด ทำให้เปลี่ยนสารตั้งต้นไปสร้างแอนโดรเจน (DHEA-S) ในปริมาณมหาศาล หรือ Cushing's Syndrome ที่ร่างกายสร้างคอร์ติซอลสูงลิ่วจนเกิดสิวเห่อรุนแรงทั่วหน้า หลัง หน้าอก ร่วมกับใบหน้ากลมพระจันทร์ (Moon face) และผิวแตกลายสีม่วงคล้ำ
💉 4) สิวจากการได้รับฮอร์โมนภายนอก (Exogenous Hormone Exposure)
ได้แก่ สิวสเตียรอยด์ (Steroid Acne) จากการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดกิน ฉีด หรือทาติดต่อกันนานๆ, การใช้ฮอร์โมนเสริมสร้างกล้ามเนื้อในกลุ่มเพาะกาย (Anabolic-Androgenic Steroids / Testosterone Injection) หรือการได้รับฮอร์โมนเพศชายทดแทน (TRT) ซึ่งจะทำให้ต่อมไขมันถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงจนเกิดสิวเม็ดแดงเท่าๆ กันทั่วแผ่นหลังและใบหน้า
4. เค้าว่า “สิวฮอร์โมนชอบขึ้นตรงกรอบหน้าและคาง” จริงไหม?
คำตอบทางการแพทย์คือ “จริงเป็นส่วนใหญ่ในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ครับ แต่มีความจริงอีกด้านที่ต้องแยกแยะให้ชัดเจน”
จากการศึกษาขนาดใหญ่ในระดับนานาชาติ (Dréno et al., JEADV 2015) พบว่า ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ (Adult Female Acne) ที่เป็นสิวฮอร์โมน มีถึง 85–90% ที่มีสิวขึ้นบริเวณกรอบหน้า คาง และแนวกราม (Mandibular / U-Zone) อย่างชัดเจน
🔬 ทำไมสิวฮอร์โมนถึง “ชอบ” ขึ้นตรงกรอบหน้าและคาง? (3 กลไกทางชีววิทยา)
ต่อมไขมันบริเวณ 1 ใน 3 ส่วนล่างของใบหน้า (Lower face) มีความหนาแน่นของ Androgen Receptors และเอนไซม์ 5-alpha reductase สูงกว่าหน้าผากหรือจมูก เมื่อฮอร์โมนแปรปรวน ต่อมไขมันตรงนี้จึงถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันและอักเสบไวกว่าจุดอื่นเสมอ
รูขุมขนบริเวณกรอบหน้ามีต่อมไขมันที่ฝังตัวลึกในชั้นหนังแท้ เมื่อเกิดการอักเสบจึงมักแสดงออกเป็น สิวอักเสบเม็ดลึก (Deep Papules/Nodules) หรือก้อนไตใต้ผิว เจ็บแปลบ ไม่มีหัวหนองชัดเจนให้กดออก
บริเวณแนวกรามและใต้คางมีระบบระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) ที่ช้ากว่าส่วนกลางใบหน้า สารอักเสบและอาการบวมจึงคั่งอยู่นาน สิวบริเวณนี้จึงยุบช้ามาก (ใช้เวลา 2–4 สัปดาห์) และทิ้งรอยแดงเข้มหรือแผลเป็นได้ง่าย
⚠️ 2 ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่ต้อง “แยกให้ขาด” (จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อย):
ในทางคลินิก คนไข้ผู้หญิงเกือบ 50% มีอาการแบบผสม (Mixed / Generalized Pattern) คือขึ้นทั้งที่กรอบหน้า คาง และลามไปที่แก้มหรือหน้าผากร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วง 7 วันก่อนประจำเดือน ดังนั้น หากใครสิวเห่อที่แก้มหรือหน้าผากตามรอบเดือน ก็ยังจัดว่าเป็นสิวฮอร์โมนได้เช่นกันครับ
คนไข้จำนวนมากเข้าใจว่าสิวขึ้นกรอบหน้าต้องเป็นฮอร์โมนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงอาจเกิดจากสาเหตุภายนอกที่ต้องแยกให้ออก:
- สิวจากการเสียดสี (Acne Mechanica): นิสัยชอบเอามือเท้าคางเวลาทำงาน, การใส่หน้ากากอนามัยเสียดสี (Maskne), หรือสายรัดคางหมวกกันน็อก
- สิวจากแชมพู/ครีมนวดผม (Pomade Acne / Haircare Residue): สารซิลิโคนและน้ำมันในครีมนวดผมไหลลงมาเคลือบแนวกรามและลำคอตอนสระผม แล้วล้างออกไม่สะอาดจนอุดตัน
- รูขุมขนอักเสบจากการโกนหนวด (Pseudofolliculitis Barbae): ขนคุดและการระคายเคืองจากใบมีดโกนในผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่สิวฮอร์โมน
5. เมื่อไหร่ที่ “จำเป็น” ต้องเจาะเลือดตรวจฮอร์โมน?
เนื่องจากคนไข้กลุ่มฮอร์โมนปกติ (เช่น สิวรอบเดือน สิวอดนอน) ผลเลือดจะปกติสนิท การเจาะเลือดจึงไม่มีความจำเป็นและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่แพทย์จะพิจารณา เจาะเลือดตรวจแล็บอย่างละเอียดทันที เมื่อพบข้อบ่งชี้เหล่านี้:
- Total & Free Testosterone, DHEA-S: ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชายจากรังไข่และต่อมหมวกไต
- LH / FSH Ratio: ตรวจอัตราส่วนฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองเพื่อประเมิน PCOS
- Thyroid Panel (TSH, Free T3, Free T4): ตรวจคัดกรองภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism)
- Fasting Blood Sugar & Insulin (HOMA-IR): ประเมินภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- Pelvic Ultrasound: อัลตราซาวด์ดูรังไข่เพื่อตรวจหาถุงน้ำ (Polycystic Ovaries)
6. แนวทางการรักษาทางการแพทย์ (แยกตามกลุ่ม)
เน้นปรับไลฟ์สไตล์ + ยาทาเฉพาะที่ + เลเซอร์ควบคุมต่อมไขมัน
- ปรับ Lifestyle ลดฮอร์โมนกระตุ้น: นอนหลับก่อนเที่ยงคืนเพื่อลด Cortisol, ลดของหวาน ชานม แป้งขัดขาว และนมวัวเพื่อคุมระดับ Insulin และ IGF-1
- ยาทาผลัดเซลล์และคุมเชื้อ (Topicals): ใช้กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Adapalene/Tretinoin) ร่วมกับ Benzoyl Peroxide และ Azelaic Acid ช่วยคุมการอุดตันและลดการอักเสบ
- เทคโนโลยีเลเซอร์ Rumino 1450nm Diode Laser: สำหรับผู้ที่ไม่อยากรับประทานยา เลเซอร์ความยาวคลื่น 1450nm สามารถส่งพลังงานความร้อนลงไปลดขนาดและการทำงานของต่อมไขมันที่คางและกรอบหน้าได้โดยตรงจากภายนอก
- เลเซอร์ลดรอยแดงและรอยดำสิว (Cellec V IPL, Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm & Blue iris Q-Switched Nd:YAG PTP Mode): ช่วยลดการอักเสบของเส้นเลือดฝอยใต้ผิวและรอยแดงสิว (PIE) ด้วย Cellec V IPL และ Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm พร้อมจัดการรอยดำสิว (PIH) ด้วย Blue iris Q-Switched Nd:YAG (PTP Mode) และฟื้นฟูหลุมสิวด้วย eCO2 Fractional CO2 Laser (10,600nm) อย่างตรงจุด
ต้องรักษาโรคต้นเหตุร่วมกับการรักษาสิว โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- กรณี PCOS: แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (COCs) ที่มีโปรเจสตินต้านแอนโดรเจน (เช่น Drospirenone), ยา Spironolactone เพื่อบล็อกตัวรับแอนโดรเจน, หรือยา Metformin เพื่อลดภาวะดื้ออินซูลิน ควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักตัว
- กรณีไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism): ต้องได้รับการรักษาด้วยยาลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ (Antithyroid Drugs เช่น Methimazole, PTU) โดยอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ เมื่อระดับฮอร์โมนไทรอยด์กลับสู่เกณฑ์ปกติ อาการสิวและความมันของผิวจะลดลงตามลำดับ
- กรณีสิวสเตียรอยด์ / ฮอร์โมนเพาะกาย: ต้องค่อยๆ ปรับลดยาหรือหยุดการใช้ฮอร์โมนจากภายนอกภายใต้การดูแลของแพทย์

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)
แพทยศาสตรบัณฑิต (ว.51569) • แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น
“หมอพบบ่อยมากที่คนไข้สิวขึ้นช่วงประจำเดือนหรือช่วงนอนดึก แล้วตกใจรีบไปซื้อยาคุมกำเนิดมากินเอง ทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย ซึ่งการกินยาคุมโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์มีความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และหากเลือกผิดชนิดสิวอาจเห่อหนักกว่าเดิม สิ่งสำคัญที่สุดคือการ ‘แยกให้ขาด’ ว่าเราเป็นสิวจากฮอร์โมนปกติที่ถูกกระตุ้นด้วยพฤติกรรม หรือเป็นโรคต่อมไร้ท่อจริงๆ เมื่อวินิจฉัยถูกกลุ่ม การรักษาก็จะตรงจุด ปลอดภัย และไม่ต้องพึ่งยาที่ไม่จำเป็นครับ”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวฮอร์โมน (Medical FAQs)
Qสรุปแล้ว 'สิวฮอร์โมน' มีกี่แบบ และแยกอย่างไรว่ายังไม่เป็นโรค หรือเป็นโรคแล้ว?▼
ทางการแพทย์เราแบ่งสิวฮอร์โมนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ชัดเจนครับ: 1) 'กลุ่มสิวจากฮอร์โมนสรีรวิทยาปกติ (Physiological - ยังไม่เป็นโรค)' ซึ่งพบได้มากที่สุดกว่า 80–90% เกิดจากความผันผวนของฮอร์โมนตามธรรมชาติ เช่น การมีประจำเดือน, ความเครียด, การนอนดึก, การทานหวาน หรือต่อมไขมันมีความไวต่อฮอร์โมนเพศชายปกติมากเกินไป และ 2) 'กลุ่มโรคฮอร์โมนผิดปกติจริง (Pathological / Endocrine Disorders)' เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS), ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism), หรือโรคต่อมหมวกไต ซึ่งกลุ่มนี้จะมีอาการผิดปกติของร่างกายร่วมด้วย เช่น ประจำเดือนขาดหาย, ขนดก, ผมร่วงกลางศีรษะ, ใจสั่น หรือเหนื่อยง่ายครับ
Qนอนดึก ทานหวานเยอะ สิวขึ้น ถือว่าเป็น 'สิวฮอร์โมน' ไหม?▼
ถือเป็นสิวที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนในสรีรวิทยาปกติครับ! เมื่อเรานอนน้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งไปกระตุ้นต่อมไขมันให้อักเสบและผลิตน้ำมัน ส่วนเมื่อทานของหวานหรือแป้งขัดขาว ตับอ่อนจะหลั่งอินซูลิน (Insulin) และกระตุ้นตับให้สร้าง IGF-1 ซึ่งไปเปิดสวิตช์ mTORC1 เร่งการแบ่งตัวของต่อมไขมัน แม้เราจะยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือโรคต่อมไร้ท่อ แต่การกระเพื่อมของฮอร์โมนเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะจุดชนวนให้สิวเห่อขึ้นมาได้ครับ
Qภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) ทำให้เป็นสิวได้อย่างไร?▼
เมื่อต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ (T3, T4) สูงเกินไป กระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายจะถูกเร่งให้ทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันทำงานไวขึ้น อุณหภูมิผิวสูงขึ้น รูขุมขนระบายไม่ทันและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงผิดปกติยังส่งผลกระทบต่อระดับโปรตีน SHBG ในตับ ทำให้สมดุลของฮอร์โมนเพศอิสระในร่างกายเสียไป จึงอาจกระตุ้นให้สิวอักเสบเห่อรุนแรงควบคู่กับอาการใจสั่น ขี้ร้อน เหนื่อยง่าย และน้ำหนักลดครับ
Qเป็นสิวฮอร์โมน จำเป็นต้องเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนทุกคนไหม?▼
ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดทุกคนครับ! คนไข้ส่วนใหญ่ที่เป็นสิวช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือสิวจากความเครียด/อดนอน หากเจาะเลือดไประดับฮอร์โมนจะ 'ปกติสนิท' เพราะปัญหาอยู่ที่ความไวของต่อมไขมันเฉพาะที่ผิวหนัง (End-organ hypersensitivity) การเจาะเลือดจะทำเฉพาะเมื่อสงสัย 'โรคฮอร์โมนผิดปกติ' เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขาดหายเกิน 35 วัน, มีหนวดเคราขนดก, ผมบางกลางกระหม่อม, ผิวคล้ำหนาที่คอ หรือสิวรุนแรงดื้อยาครับ
Qเค้าว่า 'สิวฮอร์โมนชอบขึ้นตรงกรอบหน้าและคาง' จริงไหม?▼
จริงเป็นส่วนใหญ่ในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ครับ! จากการศึกษาระดับโลก (Dréno et al.) พบว่าผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่เป็นสิวฮอร์โมนถึง 85–90% มีสิวขึ้นบริเวณกรอบหน้า คาง และแนวกราม (U-Zone) เนื่องจากต่อมไขมันบริเวณนี้มีตัวรับแอนโดรเจน (Androgen Receptors) หนาแน่นที่สุด และมีเอนไซม์ 5-alpha reductase สูง แต่มี 2 ข้อควรระวังทางการแพทย์คือ: 1) สิวฮอร์โมนไม่ได้ขึ้นแค่กรอบหน้าเสมอไป มีคนไข้เกือบ 50% ที่สิวเห่อลามไปที่แก้มหรือหน้าผากร่วมด้วยตามรอบเดือน และ 2) สิวที่กรอบหน้าไม่ได้เกิดจากฮอร์โมนเสมอไป แต่อาจเกิดจากการเสียดสี (Acne Mechanica เช่น เอามือเท้าคาง, ใส่แมสก์) หรือสารตกค้างจากแชมพู/ครีมนวดผม (Pomade Acne) ได้เช่นกันครับ
Qซื้อยาคุมกำเนิดมารับประทานเองเพื่อรักษาสิวฮอร์โมน ดีหรือไม่?▼
ไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเองเด็ดขาดครับ เพราะยาคุมกำเนิดที่จะช่วยเรื่องสิวได้ ต้องเป็นชนิดฮอร์โมนรวม (COCs) ที่มีโปรเจสตินต้านแอนโดรเจนเท่านั้น (เช่น Drospirenone, Cyproterone acetate) หากซื้อผิดชนิดไปได้กลุ่มที่มีฤทธิ์ Androgenic สูง สิวอาจเห่อรุนแรงกว่าเดิม และยาคุมยังมีข้อห้ามใช้ที่อันตราย เช่น เสี่ยงภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (VTE) โดยเฉพาะในคนสูบบุหรี่ หรือคนที่มีไมเกรนแบบมีออร่าครับ
เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)
- [1] Thiboutot D. Acne: hormonal concepts and therapy. Clin Dermatol. 2004;22(5):419-428. [PubMed / Source]
- [2] Zouboulis CC, Chen WC, Thornton MJ, Qin K, Rosenfield R. Sexual hormones in human skin. Horm Metab Res. 2007;39(2):85-95. [PubMed / Source]
- [3] Dréno B, Thiboutot D, Layton AM, et al. Large-scale worldwide observational study of adult female acne: analysis of specific clinical phenotypes. J Eur Acad Dermatol Venereol. 2015;29(3):3-11. [PubMed / Source]
- [4] Azziz R, Carmina E, Dewailly D, et al. The Androgen Excess and PCOS Society criteria for the polycystic ovary syndrome: the complete task force report. Fertil Steril. 2009;91(2):456-488. [PubMed / Source]
- [5] Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. J Am Acad Dermatol. 2024;90(5):1006.e1-1006.e30. [PubMed / Source]
- [6] Melnik BC. Linking diet to acne metabolomics, inflammation, and comedogenesis: an update. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2015;8:371-388. [PubMed / Source]
- [7] Kang S, Amagai M, Bruckner AL, et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 9th ed. McGraw-Hill; 2019. (Chapter 78: Acne Vulgaris and Endocrine Disorders). [PubMed / Source]
ไม่แน่ใจว่าสิวกรอบหน้าเกิดจากฮอร์โมนปกติ หรือโรคต่อมไร้ท่อ?
ส่งรูปประเมินสภาพผิวและซักประวัติเบื้องต้นกับคุณหมอต้น (ว.51569) เพื่อแยกสาเหตุและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดโดยไม่ต้องพึ่งยาที่ไม่จำเป็น
