ภูวรินทร์คลินิก
โภชนเภสัชวิทยา & ตจวิทยาอิงหลักฐาน (Evidence-Based Dermatology)

กิน Zinc ช่วยลดสิวได้จริงไหม? งานวิจัยขนาดใหญ่พบอะไร รูปแบบไหน ขนาดเท่าไหร่ และผลข้างเคียง

อาหารเสริมสังกะสี (Zinc) เป็นหนึ่งในไอเทมยอดนิยมที่คนเป็นสิวมักหาซื้อมารับประทาน หลายคนบอกว่ากินแล้วหน้ามันน้อยลง สิวอักเสบยุบไว แต่บางคนกลับบอกว่ากินแล้วไม่เห็นผลแถมยังคลื่นไส้แสบท้อง ความจริงในวงการแพทย์ผิวหนังระดับสากลเป็นอย่างไร? งานวิจัยขนาดใหญ่และแนวทาง AAD 2024 ระบุไว้อย่างไร มาเจาะลึกตัวเลขและข้อเท็จจริงทางสรีรวิทยากันครับ

⏱️ เวลาอ่าน

~8 นาที

🎯 เหมาะสำหรับ

ผู้สนใจวิตามินลดสิว/ผิวมัน

🔬 ระดับข้อมูล

Meta-analysis & RCT

👨‍⚕️ ผู้เขียน

หมอต้น (ว.51569)

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)
นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)✓ แพทย์ตรวจสอบแล้ว

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026
งานวิจัยการกินแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) รักษาสิว เปรียบเทียบ Zinc Bisglycinate vs Gluconate และขนาดที่ปลอดภัย
สรุปกลไกทางชีวเคมีของแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ต่อการลดความมันและสิวอักเสบ พร้อมตารางเปรียบเทียบการดูดซึมแต่ละรูปแบบ

สรุปข้อเท็จจริงทางการแพทย์เรื่อง Zinc กับสิว (Key Takeaways)

  • •ระดับ Zinc ในคนเป็นสิวต่ำกว่าปกติจริง: งานวิจัยยืนยันว่าคนไข้สิวมีระดับ Serum Zinc ในเลือดต่ำกว่าคนทั่วไป และยิ่งสิวรุนแรงระดับ Zinc ยิ่งต่ำลง
  • •ลดสิวอักเสบและคุมมันได้ แต่ไม่ลดสิวอุดตัน: สังกะสีช่วยลดตุ่มหนองอักเสบผ่านกลไกยับยั้งเอนไซม์และลดการเคลื่อนตัวของเม็ดเลือดขาว และช่วยลด Sebum ผ่านการยับยั้ง 5α-reductase แต่ไม่มีผลในการผลัดสิวอุดตัน
  • •ประสิทธิภาพยังเป็นรองยาปฏิชีวนะ: งานวิจัย RCT 332 ราย พบว่า Minocycline ได้ผลดีกว่า Zinc Gluconate เท่าตัว (63.4% vs 31.2%) Zinc จึงเหมาะเป็น “การรักษาเสริม (Adjuvant)”
  • •รูปแบบและขนาดที่แนะนำ: แนะนำ Zinc Bisglycinate (Chelate) สำหรับผู้ที่ระคายเคืองกระเพาะง่าย (ดูดซึมดีกว่า Gluconate +43.4% และแทบไม่คลื่นไส้) หรือ Zinc Gluconate ที่มีหลักฐานงานวิจัยในสิวมากที่สุด โดยรับประทานขนาด Elemental Zinc ประมาณ 30 mg/วัน และ ห้ามเกิน 40 mg/วัน เพื่อป้องกันภาวะขาดแร่ธาตุทองแดง (Copper Deficiency)
Serum Zinc Levels & Meta-Analysis

1. จริงหรือไม่? คนเป็นสิวมีระดับ Zinc ในร่างกายต่ำกว่าคนปกติ

ข้อสงสัยนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในวงการแพทย์ตจวิทยา ในปี 2014 นพ. Ozuguz และคณะ ได้ตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Cutaneous and Ocular Toxicology ทำการตรวจวัดระดับแร่ธาตุและวิตามินในซีรั่มของคนไข้สิวเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีสุขภาพดี:

✓

ระดับ Zinc ในเลือดต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ: คนไข้ที่เป็นสิวมีระดับ Serum Zinc เฉลี่ยต่ำกว่ากลุ่มคนทั่วไปที่ไม่มีสิวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001)

✓

ความสัมพันธ์แบบผกผันตามความรุนแรง (Negative Correlation): เมื่อแบ่งกลุ่มคนไข้ตามความรุนแรงของสิว (Mild, Moderate, Severe) พบว่ากลุ่มคนไข้ที่เป็น สิวระดับรุนแรง (Severe Acne) มีระดับสังกะสีในเลือดต่ำที่สุด

✓

บทวิเคราะห์อภิมานยืนยัน (Meta-analysis 2020): การทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์อภิมานโดย Yee et al. ในวารสาร Dermatologic Therapy รวบรวมงานวิจัย 25 ฉบับ ยืนยันผลสอดคล้องกันว่า ภาวะพร่องสังกะสีมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเกิดพยาธิสภาพของสิว

Biochemical Mechanisms

2. สังกะสีออกฤทธิ์ช่วยผิวอย่างไร? (3 กลไกทางชีวเคมี)

1

ลดการผลิตน้ำมัน (Inhibit 5α-Reductase)

สังกะสีมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ 5-Alpha Reductase ชนิดที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมน Testosterone ไปเป็น Dihydrotestosterone (DHT) ในต่อมไขมัน เมื่อ DHT ลดลง ต่อมไขมันจึงผลิต Sebum ส่วนเกินน้อยลง ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้จริง

2

ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammatory)

สังกะสียับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาว (Neutrophil Chemotaxis) เข้าสู่รูขุมขน และลดการหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ เช่น TNF-α และ IL-6 ทำให้ตุ่มสิวที่กำลังบวมแดงยุบตัวลงเร็วขึ้น ไม่กลายเป็นสิวหัวช้าง

3

ยับยั้งเอนไซม์เชื้อสิว (Anti-C. acnes Lipase)

แบคทีเรีย Cutibacterium acnes จะปล่อยเอนไซม์ Lipase มาย่อยน้ำมันผิวจนเกิดเป็นกรดไขมันอิสระที่ระคายเคือง สังกะสีสามารถยับยั้งเอนไซม์นี้ได้โดยตรง ทำให้การอักเสบระคายเคืองในรูขุมขนลดลง

Clinical Trial Evidence

3. ประสิทธิภาพในชีวิตจริง: Zinc vs ยาปฏิชีวนะมาตรฐาน (งานวิจัย RCT 332 เคส)

งานวิจัยชิ้นประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในตจวิทยา จัดทำโดย ศาสตราจารย์ นพ. Brigitte Dréno และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Dermatology (2001) เป็นการศึกษาแบบสุ่ม ควบคุมด้วยยาหลอก และปกปิดสองทาง (Multicenter Double-Blind RCT) ในคนไข้สิวอักเสบจำนวนมากถึง 332 คน เป็นเวลา 3 เดือน:

เกณฑ์การประเมินZinc Gluconate (สังกะสี 30 mg/วัน)Minocycline (ยาปฏิชีวนะ 100 mg/วัน)
อัตราความสำเร็จทางคลินิก (Clinical Success)31.2%63.4% (ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ)
การลดลงของคะแนนการอักเสบ (Inflammatory Score)ลดลงเฉลี่ย 49.8%ลดลงเฉลี่ย 66.6%
ผลต่อสิวอุดตัน (Comedones)แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงได้ปานกลาง
ความเสี่ยงเรื่องเชื้อดื้อยา (Antibiotic Resistance)ไม่มีความเสี่ยงต่อการดื้อยามีความเสี่ยงหากใช้นานเกินไป
บทสรุปทางการแพทย์: สังกะสีไม่ใช่ยาวิเศษที่จะมาแทนที่ยาปฏิชีวนะมาตรฐานได้ แต่มีข้อดีเด่นชัดคือ ไม่มีปัญหาเชื้อดื้อยา แนวทางเวชปฏิบัติ AAD 2024 Guidelines จึงจัด Zinc ไว้เป็นตัวช่วยเสริม หรือเป็นทางเลือกในคนไข้ที่ไม่สามารถทนผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะได้
Bioavailability & Formulation

4. เจาะลึกรูปแบบของ Zinc: ทำไม Zinc Bisglycinate (Chelate) ถึงดูดซึมดีและสบายท้อง? เทียบ Gluconate และ Sulfate

เวลาเลือกซื้ออาหารเสริมสังกะสี สิ่งที่ต้องพิจารณาไม่ใช่แค่ตัวเลขมิลลิกรัมตัวใหญ่บนหน้าฉลาก แต่ต้องเข้าใจ รูปแบบโมเลกุล (Form) และ ปริมาณสังกะสีบริสุทธิ์ (Elemental Zinc) เนื่องจากรูปแบบโมเลกุลส่งผลโดยตรงต่อช่องทางการดูดซึมในลำไส้ การถูกขัดขวางโดยอาหาร และอาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร:

🌟 Zinc Bisglycinate (Amino Acid Chelate)

ดูดซึมสูง & สบายท้องที่สุด

โครงสร้างชีวเคมี: แร่ธาตุสังกะสี 1 โมเลกุลจับพันธะโควาเลนต์กับกรดอะมิโนไกลซีน (Glycine) 2 โมเลกุล กลายเป็นโครงสร้างวงแหวนคีเลตที่เสถียร มีประจุเป็นกลาง

กลไกการดูดซึม: ไม่แตกตัวในกรดกระเพาะอาหาร จึงดูดซึมผ่าน Peptide Transporters (PEPT1) ในลำไส้เล็กโดยตรง ไม่ต้องแย่งช่องทางไอออนโลหะ (DMT1) กับแคลเซียมหรือธาตุเหล็ก

จุดเด่นทางการแพทย์: งานวิจัยคลินิกโดย Gandia et al. (2007) พบว่ามี ชีวปริมาณการออกฤทธิ์ (Bioavailability) สูงกว่า Zinc Gluconate ถึง 43.4%, ไม่ถูกขัดขวางโดยสารไฟเตตในมื้ออาหาร และแทบไม่ระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ จึงไม่ค่อยทำให้คลื่นไส้

ให้ Elemental Zinc ประมาณ 20–28%

🟢 Zinc Gluconate (ซิงค์ กลูโคเนต)

งานวิจัยในสิวมากที่สุด

โครงสร้างชีวเคมี: เกลืออินทรีย์ของกรดกลูโคนิก (Organic salt)

กลไกการดูดซึม: แตกตัวในระบบทางเดินอาหารและดูดซึมผ่านตัวขนส่งไอออนโลหะประจุสอง (DMT1)

จุดเด่นทางการแพทย์: เป็นรูปแบบที่มีการศึกษาทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT) ในคนไข้สิวมากที่สุด รวมถึงงานวิจัย 332 เคสของ Dréno et al. มีข้อมูลยืนยันประสิทธิภาพในการลดสิวอักเสบชัดเจน ระคายเคืองกระเพาะน้อยกว่า Sulfate มาก แต่อาจยังมีอาการพะอืดพะอมได้หากกินตอนท้องว่าง

ให้ Elemental Zinc ประมาณ 14.3% (200 mg ให้สังกะสีจริง ~28.6 mg)

🔴 Zinc Sulfate (ซิงค์ ซัลเฟต)

ไม่แนะนำในเวชปฏิบัติ

โครงสร้างชีวเคมี: เกลืออนินทรีย์ดั้งเดิม (Inorganic salt) ราคาถูก

กลไกการดูดซึม: แตกตัวเป็นไอออนอิสระ Zn²⁺ อย่างรวดเร็วในกระเพาะอาหาร

ข้อจำกัดทางการแพทย์: ไอออนอิสระกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหารและประสาทเวกัสโดยตรง ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง แสบท้อง พะอืดพะอม คลื่นไส้ และอาเจียนสูงมาก งานวิจัยพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่ทนผลข้างเคียงไม่ไหวจนต้องหยุดยา ปัจจุบันแพทย์ผิวหนังจึงไม่นิยมแนะนำ

ให้ Elemental Zinc ประมาณ 22% (220 mg ให้สังกะสีจริง ~50 mg)
คุณสมบัติเปรียบเทียบZinc Bisglycinate (คีเลต)Zinc Gluconate (กลูโคเนต)Zinc Sulfate (ซัลเฟต)
การดูดซึม (Bioavailability)สูงมาก (+43.4% เหนือ Gluconate)ปานกลาง-ดีปานกลาง
การระคายเคืองกระเพาะ / คลื่นไส้พบน้อยมาก สบายท้องที่สุดพบบ้างหากกินตอนท้องว่างสูงมาก มักคลื่นไส้อาเจียน
ผลกระทบจากไฟเตตในมื้ออาหารแทบไม่ได้รับผลกระทบถูกขัดขวางได้บางส่วนถูกขัดขวางได้ง่าย
หลักฐานงานวิจัยในสิวโดยตรงมีงานวิจัยการดูดซึมและการใช้ทั่วไปมีงานวิจัยทางคลินิก (RCT) มากที่สุดงานวิจัยในอดีต ปัจจุบันลดการใช้

กฎทองเรื่องขนาดรับประทานทางการแพทย์ (Dosage Guidelines):

  • ขนาดที่แนะนำตามงานวิจัยสิว: Elemental Zinc ประมาณ 30 mg ต่อวัน (ไม่ว่าจะมาจาก Bisglycinate หรือ Gluconate)
  • เพดานความปลอดภัยสูงสุด (Tolerable Upper Intake Level - UL): ผู้ใหญ่ไม่ควรได้รับ Elemental Zinc เกิน 40 mg ต่อวัน จากอาหารและอาหารเสริมรวมกัน
  • ข้อควรระวังสำคัญของ Chelate: แม้ Zinc Bisglycinate จะสบายท้องและไม่คลื่นไส้ แต่เมื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว ปริมาณสังกะสีรวมที่สูงเกิน 40 mg/วัน ต่อเนื่องหลายเดือน ก็ยังคงไปกระตุ้น Metallothionein และเสี่ยงต่อภาวะขาดทองแดงได้เท่ากัน จึงห้ามรับประทานเกินขนาดเด็ดขาด
  • วิธีรับประทาน: ควรรับประทาน พร้อมอาหารมื้อหลักหรือหลังอาหารทันที และดื่มน้ำตามมากๆ
Safety & Drug Interactions

5. ผลข้างเคียงและอันตรายที่ต้องระวัง: ภาวะขาดแร่ธาตุทองแดง (Copper Deficiency)

⚠️ 1. ภาวะขาดแร่ธาตุทองแดง (Zinc-Induced Copper Deficiency)

นี่คืออันตรายระยะยาวที่สำคัญที่สุด! เมื่อรับประทานสังกะสีขนาดสูง (> 40–50 mg ต่อวัน) ต่อเนื่องเกิน 2–3 เดือน สังกะสีจะไปกระตุ้นโปรตีนในลำไส้ชื่อ Metallothionein ซึ่งโปรตีนตัวนี้มีความชอบที่จะจับกับแร่ธาตุทองแดง (Copper) สูงกว่าสังกะสีหลายเท่า ผลคือ ร่างกายจะถูกบล็อกไม่ให้ดูดซึมทองแดงเข้าสู่กระแสเลือด

อาการเมื่อร่างกายขาดทองแดง: ภาวะโลหิตจาง (Microcytic Anemia) ที่กินธาตุเหล็กก็ไม่หาย, เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลต่ำ (Neutropenia) ทำให้ติดเชื้อง่าย, และระบบประสาทผิดปกติ (ชามือชาเท้า ขาอ่อนแรง)

⚠️ 2. ปฏิกิริยากับยาปฏิชีวนะรักษาสิว (Chelation with Tetracyclines)

หากคุณกำลังรับประทานยาปฏิชีวนะรักษาสิวกลุ่ม Tetracyclines (เช่น Doxycycline, Minocycline) หรือกลุ่ม Quinolones ห้ามรับประทานพร้อมกับ Zinc เด็ดขาด เพราะประจุของ Zinc จะจับกับยาปฏิชีวนะเกิดเป็นตะกอนที่ไม่ละลายน้ำในทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมยาปฏิชีวนะไม่ได้เลย ต้องเว้นระยะห่างการกินอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง

⚠️ 3. การระคายเคืองกระเพาะอาหารและรสโลหะในปาก

สังกะสีมีผลกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหารโดยตรง หากกินตอนท้องว่างจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้รุนแรง พะอืดพะอม อาเจียน แสบยอดอก และมีรสฝาดเฝื่อนคล้ายโลหะติดในปาก (Metallic taste)

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

มุมมองทางคลินิกจาก นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

“หมออยากสรุปให้คนไข้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ: Zinc ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะเสกให้สิวหายวับได้ด้วยตัวมันเอง และประสิทธิภาพของมันไม่สามารถเทียบเท่ากับยาทารักษาสิวมาตรฐานอย่าง Retinoids หรือยาปฏิชีวนะได้

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มี หน้ามันมาก มีสิวอักเสบเม็ดเล็กๆ ปะทุบ่อยๆ หรือเป็นกลุ่มที่กินยาปฏิชีวนะไม่ได้ การเสริม Zinc ถือเป็นตัวช่วยเสริมที่ดีมาก ปลอดภัย และไม่มีปัญหาเชื้อดื้อยาครับ

หากเลือกซื้อ แนะนำ Zinc Bisglycinate (Amino Acid Chelate) สำหรับใครที่กระเพาะบางหรือกินวิตามินแล้วคลื่นไส้ง่าย หรือเลือก Zinc Gluconate ที่มีงานวิจัยในสิวรองรับแน่นหนาที่สุด โดยยึดขนาด Elemental Zinc ประมาณ 30 mg ต่อวัน พร้อมอาหาร

สิ่งสำคัญคือ อย่ากินเกิน 40 mg ต่อวัน และไม่ควรกินติดต่อกันเกิน 3 เดือนโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะความเสี่ยงเรื่องการขาดแร่ธาตุทองแดงและโลหิตจางเป็นเรื่องจริงที่ทางการแพทย์ต้องเฝ้าระวังเสมอครับ”

Clinical Q&A

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกิน Zinc (FAQs)

Qสรุปแล้วกิน Zinc ช่วยลดสิวได้จริงไหม หรือช่วยแค่ลดหน้ามัน?▼
คำตอบทางการแพทย์คือ 'ช่วยลดสิวอักเสบได้ในระดับปานกลาง และช่วยลดหน้ามันได้จริง แต่ไม่มีผลต่อสิวอุดตัน' ครับ งานวิจัยการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis) ขนาดใหญ่โดย Yee et al. (2020) สรุปว่า Zinc ช่วยลดจำนวนตุ่มสิวอักเสบ (Papules/Pustules) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับยาหลอก และมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase ช่วยลดความมันส่วนเกิน แต่เมื่อเทียบกับยาปฏิชีวนะมาตรฐานอย่าง Minocycline พบว่ายายังคงมีประสิทธิภาพสูงกว่าอย่างชัดเจน ดังนั้น Zinc จึงจัดเป็น 'ตัวช่วยเสริม (Adjuvant)' ไม่ใช่ยาหลักเดี่ยวๆ ครับ
Qงานวิจัยพบว่าคนเป็นสิว มีระดับแร่ธาตุ Zinc ในเลือดต่ำกว่าคนปกติจริงหรือ?▼
จริงครับ! งานวิจัยในวารสาร Cutaneous and Ocular Toxicology โดย Ozuguz et al. (2014) และการทบทวนวรรณกรรมระดับโลกพบว่า คนไข้ที่เป็นสิวมีระดับแร่ธาตุ Zinc ในกระแสเลือดต่ำกว่ากลุ่มควบคุมที่ผิวสุขภาพดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพบความสัมพันธ์ผกผัน (Negative Correlation) ชัดเจน คือ ยิ่งคนไข้มีสิวอักเสบรุนแรงมากเท่าไหร่ ระดับ Zinc ในร่างกายก็ยิ่งตรวจพบว่าต่ำลงมากเท่านั้นครับ
Qควรเลือก Zinc ในรูปแบบไหนดี ระหว่าง Zinc Bisglycinate, Zinc Gluconate และ Zinc Sulfate?▼
คำแนะนำทางการแพทย์แยกตามคุณสมบัติและการดูดซึมครับ: 1) หากคุณเป็นคนกระเพาะบอบบาง หรือเคยกินสังกะสีแล้วคลื่นไส้ แนะนำ 'Zinc Bisglycinate (Amino Acid Chelate)' เป็นทางเลือกแรก เพราะสังกะสีจับพันธะกับกรดอะมิโนไกลซีน ทำให้ไม่แตกตัวกัดกระเพาะ และดูดซึมผ่าน Peptide transporter ได้สูงกว่า Gluconate ถึง 43.4% ตามงานวิจัยของ Gandia et al. (2007) 2) หากต้องการรูปแบบที่มีงานวิจัยทางคลินิกรักษาสิวโดยตรงมากที่สุด แนะนำ 'Zinc Gluconate (ซิงค์ กลูโคเนต)' ซึ่งเป็นเกลืออินทรีย์มาตรฐานที่มีการศึกษาขนาดใหญ่ 3) ควรหลีกเลี่ยง 'Zinc Sulfate (ซิงค์ ซัลเฟต)' เพราะแตกตัวเป็นไอออนอิสระกัดกระเพาะอย่างรวดเร็วและทำให้อัตราการคลื่นไส้อาเจียนสูงมากครับ
Qความแตกต่างระหว่าง 'Elemental Zinc' กับ 'น้ำหนักบนฉลาก' คืออะไร และควรกินวันละเท่าไหร่?▼
เป็นจุดที่คนไข้สับสนบ่อยที่สุดครับ: บนฉลากอาหารเสริมมักระบุน้ำหนักของสารประกอบ เช่น 'Zinc Gluconate 200 mg' หรือ 'Zinc Bisglycinate 150 mg' แต่ในทางสรีรวิทยา ร่างกายจะดูดซึมเนื้อแร่ธาตุสังกะสีบริสุทธิ์ที่เรียกว่า 'Elemental Zinc' ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนย่อย (เช่น Gluconate มี ~14.3%, Bisglycinate มี ~20–28%) โดยขนาดที่งานวิจัยทางการแพทย์แนะนำในการดูแลสิวคือ Elemental Zinc ประมาณ 30 mg ต่อวัน และกฎเหล็กคือ ห้ามรับประทานเกิน 40 mg Elemental Zinc ต่อวัน ซึ่งเป็นเพดานความปลอดภัยสูงสุด (Tolerable Upper Intake Level) ครับ
Qกิน Zinc Bisglycinate (Chelate) แล้ว ยังมีความเสี่ยงขาดแร่ธาตุทองแดงเหมือนรูปแบบอื่นไหม?▼
ยังมีความเสี่ยงเท่ากันครับ! แม้ว่า Zinc Bisglycinate จะสบายท้อง ไม่ทำให้คลื่นไส้ และไม่ถูกขัดขวางโดยไฟเตต แต่เมื่อโมเลกุลถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและเซลล์เยื่อบุลำไส้แล้ว ปริมาณสังกะสีรวมที่สูงเกินไป (> 40–50 mg ต่อวันต่อเนื่องนานเกิน 2–3 เดือน) จะไปกระตุ้นโปรตีน Metallothionein ซึ่งจะไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุทองแดง (Copper) เช่นเดียวกับ Zinc รูปแบบอื่นทุกชนิด ดังนั้นแม้จะกินแบบคีเลต ก็ต้องยึดเพดานความปลอดภัยไม่เกิน 40 mg Elemental Zinc ต่อวันเสมอครับ
Qกิน Zinc ต่อเนื่องนานๆ มีอันตรายอะไรไหม ทำไมถึงเสี่ยง 'ขาดทองแดง (Copper Deficiency)'?▼
อันตรายสำคัญที่สุดของการกิน Zinc ขนาดสูง (> 40–50 mg ต่อวัน) ติดต่อกันเกิน 2–3 เดือน คือ 'ภาวะขาดแร่ธาตุทองแดง' ครับ เพราะสังกะสีจะไปกระตุ้นการสร้างโปรตีน Metallothionein ในเซลล์เยื่อบุลำไส้เล็ก ซึ่งโปรตีนนี้จะจับกับแร่ธาตุทองแดง (Copper) แน่นหนาและขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมทองแดงเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงเล็ก (Microcytic Anemia), เม็ดเลือดขาวต่ำ (Neutropenia) และปลายประสาทอักเสบได้ หากจำเป็นต้องกินระยะยาว แพทย์จึงมักแนะนำให้ตรวจระดับเลือดหรือเลือกสูตรที่มีทองแดงเสริมร่วมด้วยครับ
Qกิน Zinc ร่วมกับยาปฏิชีวนะรักษาสิว (เช่น Doxycycline) ได้ไหม?▼
ห้ามกินพร้อมกันในมื้อเดียวกันเด็ดขาดครับ! เพราะประจุของแร่ธาตุ Zinc จะเข้าไปจับตัวกับยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracyclines (เช่น Doxycycline, Minocycline) กลายเป็นสารประกอบคีเลตที่ไม่ละลายน้ำในทางเดินอาหาร ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมยาปฏิชีวนะไม่ได้เลย ยาจะหมดฤทธิ์ทันที หากต้องรับประทานทั้งสองตัว ต้องเว้นระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมง ครับ

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

  1. [1]
    Yee BE, Richards P, Sui JY, Marsch AF. Serum zinc levels and efficacy of zinc treatment in acne vulgaris: A systematic review and meta-analysis. Dermatol Ther. 2020;33(6):e14252. [PubMed / CrossRef]
  2. [2]
    Dréno B, Moyse D, Alirezai M, et al. Multicenter randomized comparative double-blind controlled clinical trial of the safety and efficacy of zinc gluconate versus minocycline hydrochloride in the treatment of inflammatory acne vulgaris. Dermatology. 2001;203(2):135-140. [PubMed / CrossRef]
  3. [3]
    Ozuguz P, Dogruk Kacar S, Ekiz O, et al. Evaluation of serum vitamins A and E and zinc levels according to the severity of acne vulgaris. Cutan Ocul Toxicol. 2014;33(2):99-102. [PubMed / CrossRef]
  4. [4]
    Gandia P, Bour D, Maurette JM, et al. A bioavailability study comparing two oral formulations containing zinc (Zn bis-glycinate vs. Zn gluconate) after a single administration to twelve healthy female volunteers. Int J Vitam Nutr Res. 2007;77(4):243-248. [PubMed / CrossRef]
  5. [5]
    Cervantes J, Eber AE, Perper M, et al. The role of zinc in the treatment of acne: A review of the literature. Dermatol Ther. 2018;31(1):e12576. [PubMed / CrossRef]
  6. [6]
    Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. J Am Acad Dermatol. 2024;90(5):1006.e1-1006.e30. [PubMed / CrossRef]
  7. [7]
    Kang S, Amagai M, Bruckner AL, et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 9th ed. McGraw-Hill; 2019. (Chapter 78: Acne Vulgaris - Trace Minerals and Adjuvant Therapies). [PubMed / CrossRef]
ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง · ภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น

อยากวางแผนดูแลสิวและลดความมันแบบตรงจุด โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกกับอาหารเสริม?

ปรึกษา นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น) เพื่อประเมินสาเหตุของสิว ตรวจสอบยาและวิตามินที่รับประทานอยู่ พร้อมวางแผนการรักษาตามแนวทางตจวิทยามาตรฐาน

บทความคู่มือที่เกี่ยวข้อง (Related Clinical Guides)