ภูวรินทร์คลินิก
ฟิสิกส์เลเซอร์ผิวหนัง & ตจวิทยาอิงหลักฐาน (Cutaneous Laser Surgery & Evidence-Based Dermatology)

เลเซอร์รักษาสิว เลเซอร์ลดรอย เลเซอร์หลุมสิว ทำให้หน้าบางไหม? แยก “Skin Atrophy” vs “Sensitive Skin”

หนึ่งในคำถามที่คนไข้ถามหมอบ่อยที่สุดในห้องตรวจเลเซอร์คือ: “หมอคะ ถ้ายิงเลเซอร์บ่อยๆ หน้าจะบางไหมคะ? กลัวผิวบางจนเห็นเส้นเลือดแล้วออกแดดไม่ได้” นี่คือความเชื่อและความกังวลที่ตกทอดมาหลายสิบปี แต่ในวงการแพทย์ผิวหนังยุคใหม่ ความจริงเป็นอย่างไร? วันนี้หมอจะมาแยกแยะความหมายของคำว่า “หน้าบาง” ให้เข้าใจชัดเจนในระดับสรีรวิทยา ระหว่าง ภาวะผิวฝ่อตัว (Skin Atrophy) กับ ภาวะผิวไวต่อสิ่งเร้าชั่วคราว (Sensitive Skin) พร้อมเจาะลึกว่าเลเซอร์แต่ละชนิดส่งผลต่อชั้นผิวอย่างไรกันแน่ครับ

⏱️ เวลาอ่าน

ประมาณ 8 นาที

🎯 เหมาะสำหรับ

ผู้ที่กังวลเรื่องเลเซอร์หน้าบาง

🔬 ระดับข้อมูล

Laser Physics & Derm

👨‍⚕️ ผู้เขียน

นพ.ภูมิใจ (ว.51569)

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

เรียบเรียงและตรวจสอบทางการแพทย์โดย นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026
ภาพประกอบทางการแพทย์แสดงโครงสร้างชั้นผิวหนัง Stratum Corneum, Epidermis และ Dermis ภายใต้ลำแสงเลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ให้หนาตัวขึ้น
ภาพจำลองทางการแพทย์: พลังงานเลเซอร์ที่ลงไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblasts ในชั้นหนังแท้ (Dermis) ให้สังเคราะห์คอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ทำให้โครงสร้างผิวหนาตัวและแข็งแรงขึ้น ไม่ได้ทำให้เกิดการฝ่อตัวของผิว

สรุปข้อเท็จจริงทางการแพทย์เรื่องเลเซอร์กับความหนาของผิว (Key Takeaways)

  • •ไม่ทำให้เกิด Skin Atrophy (ผิวไม่ได้ฝ่อตัวหรือบางลงจริง): เลเซอร์ผิวหนังไม่ได้กรอหรือละลายเนื้อผิวทิ้ง แต่ใช้หลักการ Selective Photothermolysis เจาะจงเฉพาะเป้าหมาย และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ให้หนาตัวขึ้น
  • •เลเซอร์หลุมสิว ช่วย “รักษา” ผิวฝ่อตัว: หลุมสิวคือการฝ่อตัวของคอลลาเจน (Atrophic Scars) เลเซอร์กลุ่ม Fractional eCO2 ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้น Neocollagenesis เติมเต็มเนื้อเยื่อให้ผิวหนังแท้หนาและแน่นขึ้น
  • •อาการหน้าบางที่รู้สึก คือ Sensitive Skin ชั่วคราว: หลังทำเลเซอร์ เกราะป้องกันผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) อาจสูญเสียน้ำง่ายขึ้นชั่วขณะ ทำให้รู้สึกแสบแดงหรือไวต่อแดดในช่วง 3–7 วันแรก แต่จะหายได้เอง 100%
  • •เลเซอร์ลดรอย (Cellec V IPL / Fotona 1064nm / Blue iris QS Nd:YAG) ไม่ทำลายผิว: ลำแสงจับเฉพาะเม็ดสีดำ (Melanin) หรือสีแดง (Hemoglobin) โดยไม่แตะต้องเนื้อเยื่อปกติ ผิวจึงไม่บางและไม่มีสะเก็ดแผล
  • •การฟื้นบำรุงหลังเลเซอร์คือหัวใจสำคัญ: ทามอยส์เจอไรเซอร์เสริมเซราไมด์ ทากันแดด SPF 50+ สม่ำเสมอ และงดสารผลัดเซลล์ผิว 3–5 วัน ผิวจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์
Historical Context

1. ที่มาของความเชื่อฝังใจ: ทำไมคนถึงคิดว่า “เลเซอร์ทำให้หน้าบาง”?

ความเชื่อเรื่องเลเซอร์ทำให้หน้าบางไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีที่มาจาก ประวัติศาสตร์เทคโนโลยีเลเซอร์ในยุคอดีต (กว่า 20–30 ปีก่อน):

⏳ เลเซอร์ยุคเก่า (Fully Ablative Laser ยุคบุกเบิก)

ในอดีต เลเซอร์ลบรอยแผลและริ้วรอยเป็นแบบ ลอกผิวทั้งแผ่น (Non-Fractional Ablation) ยิงแล้วผิวชั้นบนหลุดลอกออกทั้งหมด เกิดเป็นแผลสดขนาดใหญ่ เลือดซึม ต้องพันผ้าก๊อซ และใช้เวลาพักฟื้นนานเป็นเดือนๆ หน้าจะแดงเรื่อ ไวต่อแดด และบวมนานมาก ทำให้คนไข้จำฝังใจว่า “เลเซอร์คือการลอกผิวจนบาง”

🔬 เลเซอร์ยุคปัจจุบัน (Fractional & Selective Technology)

วิทยาการทางการแพทย์พัฒนาไปไกลมาก ปัจจุบันเราใช้เทคโนโลยี Fractional Photothermolysis (Manstein et al., 2004) ซึ่งยิงลำแสงขนาดเล็กจิ๋วเท่ารูเข็มลงไปเป็นจุดๆ โดยเหลือเนื้อเยื่อผิวปกติรอบข้างไว้คอยช่วยซ่อมแซมแผล ทำให้ผิวสมานตัวได้อย่างรวดเร็วใน 3–5 วัน ไม่มีการลอกผิวทั้งแผ่น และไม่มีการทำให้ชั้นผิวฝ่อตัวลงแต่อย่างใด

Cutaneous Physiology

2. นิยามคำว่า “หน้าบาง” ในทางการแพทย์: แยก Skin Atrophy vs Sensitive Skin

เวลาคนไข้พูดว่า “หน้าบาง” หมอต้องซักถามให้แน่ใจเสมอครับว่าหมายถึงอะไร เพราะในทางตจวิทยา สองภาวะนี้มีความหมายคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง:

1. ผิวฝ่อตัว / ชั้นผิวบางลงจริง (True Skin Atrophy)

พยาธิสภาพถาวร

นิยามทางการแพทย์: คือการสูญเสียความหนาทางกายวิภาคของชั้นหนังกำพร้า (Epidermal thinning) และชั้นหนังแท้ (Dermal atrophy) เนื้อเยื่อคอลลาเจนสลายตัว ผิวจะดูโปร่งแสงจนมองเห็นเส้นเลือดฝอยใต้ผิวอย่างชัดเจน คล้ายกระดาษสา (Cigarette-paper skin) มักเกิดจาก การทายาสเตียรอยด์เข้มข้นติดต่อกันนานเกินไป หรือการเสื่อมตามวัย

🩺 ความจริงทางการแพทย์: เลเซอร์ไม่ได้ทำให้เกิด Skin Atrophy! และในทางตรงกันข้าม เลเซอร์หลุมสิวยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการ “รักษาและฟื้นฟู Skin Atrophy” เพื่อให้ผิวกลับมาหนาตัวขึ้นอีกด้วย

2. ผิวระคายเคืองง่าย / ไวต่อสิ่งเร้า (Sensitive Skin / Transient Barrier Impairment)

ภาวะชั่วคราว (Transient)

นิยามทางการแพทย์: คือภาวะที่เกราะป้องกันผิวชั้นนอกสุด (Stratum Corneum) เสียสมดุลน้ำชั่วขณะจากพลังงานความร้อน ส่งผลให้อัตราการสูญเสียน้ำผ่านผิว (Transepidermal Water Loss - TEWL) สูงขึ้น ผิวจึงรู้สึกแห้งตึง แสบ แดงง่าย หรือรู้สึกแสบยิบๆ เมื่อโดนแสงแดดและลม

🩺 ความจริงทางการแพทย์: ภาวะนี้เกิดขึ้นได้จริงหลังทำเลเซอร์ แต่เป็นเพียง “เรื่องชั่วคราว (Temporary)” ในช่วง 3–7 วันแรกเท่านั้น เมื่อสะเก็ดหลุดและเกราะผิวซ่อมแซมตัวเองเสร็จ ผิวจะกลับมาทนทานและแข็งแรงเป็นปกติ 100%
ประเด็นเปรียบเทียบผิวฝ่อตัว (Skin Atrophy)ผิวไวต่อสิ่งเร้า (Sensitive Skin)
ชั้นผิวที่ได้รับผลกระทบชั้นหนังกำพร้า & หนังแท้ฝ่อบางลงจริงเกราะป้องกันผิวชั้นนอก (Stratum Corneum)
ความคงอยู่ของอาการคงอยู่นาน / ถาวรหากไม่รักษาชั่วคราว (3–7 วันหลังทำเลเซอร์)
ผลของเลเซอร์ต่อภาวะนี้เลเซอร์ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนรักษาได้เลเซอร์กระตุ้นให้เกิดได้ชั่วคราว
สาเหตุที่พบบ่อยการติดสเตียรอยด์, แผลหลุมสิว, อายุความร้อนจากเลเซอร์, ผิวแห้งขาดน้ำ
Clinic Laser Modalities

3. เจาะลึกเลเซอร์ 3 กลุ่มในคลินิก: ส่งผลต่อผิวอย่างไร ทำไมถึงไม่ทำให้หน้าบาง?

ในเวชปฏิบัติการรักษาสิว เราแบ่งเลเซอร์ออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามเป้าหมายของพลังงาน:

🔹 1. เลเซอร์รักษาสิว & ยับยั้งต่อมไขมัน (เช่น Rumino 1450nm Diode Laser & Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm)

คุมความมัน & ลดสิวอักเสบ

กลไกการทำงาน: แสงความยาวคลื่น 1450 nm มีความจำเพาะสูงต่อการดูดซับของน้ำและไขมัน พลังงานจะพุ่งตรงลงไปที่ ต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) ที่ความลึก 300–400 ไมครอนใต้ผิว เพื่อลดขนาดและการหลั่งน้ำมันส่วนเกิน ส่วนคลื่น 1064 nm จะลงลึกไปลดการอักเสบของสิวอุดตันและสิวอักเสบใต้ผิว

ผลต่อความหนาของผิว: ผิวชั้นบนไม่ได้รับความเสียหาย เพราะมี ระบบหัวสัมผัสความเย็นโดยตรง (Direct Contact Cooling System) ปกป้องผิวชั้นนอกตลอดเวลาที่ปล่อยพลังงาน เลเซอร์ชนิดนี้จึง ไม่ทำให้หน้าบางลงอย่างสิ้นเชิง

🔹 2. เลเซอร์ลดรอยแดง & รอยดำสิว (เช่น Cellec V IPL, Fotona 1064nm, Blue iris Q-Switched Nd:YAG)

จัดการหลอดเลือด & เม็ดสี

กลไกการทำงาน: อาศัยหลักการ Selective Photothermolysis (การทำลายความร้อนแบบจำเพาะเจาะจง) แสงจาก Cellec V (530/550nm) และ Fotona 1064nm จะถูกดูดกลืนเฉพาะ ฮีโมโกลบินในเส้นเลือดฝอย (รอยแดง PIE) ส่วน Blue iris (1064/532nm PTP Mode) จะจับเฉพาะ เม็ดสีเมลานิน (รอยดำ PIH) ให้แตกกระจายตัวออก

ผลต่อความหนาของผิว: ไม่มีการลอกผิว ไม่มีการขูดหรือกรอผิวชั้นบน เซลล์ผิวปกติรอบข้างไม่ถูกทำลาย หลังทำจึงไม่มีแผล ไม่บางลง สามารถแต่งหน้าและทาครีมกันแดดได้ทันที

🔹 3. เลเซอร์รักษาหลุมสิว (เช่น eCO2 Fractional CO2 Laser 10,600nm)

สร้างคอลลาเจนใหม่

กลไกการทำงาน: ยิงลำแสงความร้อนจิ๋วสร้างคอลัมน์บาดเจ็บขนาดเล็กระดับไมโคร (Microscopic Treatment Zones - MTZs) ลงไปในชั้นหนังแท้เพื่อตัดพังผืดหลุมสิว และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมแผล (Wound Healing Cascade)

ผลต่อความหนาของผิว: ในช่วง 3–5 วันแรกจะมีสะเก็ดบางๆ สีน้ำตาลและผิวอาจไวต่อสิ่งเร้าชั่วคราว แต่เมื่อสะเก็ดหลุด เซลล์ Fibroblasts จะสร้าง คอลลาเจน Type I และ Type III ใหม่จำนวนมหาศาล ทำให้ชั้นหนังแท้ (Dermis) หนาตัวขึ้น แน่นขึ้น และหลุมสิวตื้นขึ้นอย่างถาวร

Post-Laser Recovery Protocol

4. 4 กฎทองการดูแลผิวหลังเลเซอร์: ป้องกันอาการ Sensitive Skin ให้ผิวฟื้นตัวไว

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง ไวต่อแดด หรือแสบแดงในช่วงพักฟื้น นี่คือคำแนะนำทางการแพทย์ที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด:

🧴

1. โบกมอยส์เจอไรเซอร์เสริมเกราะผิว

เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่มี Ceramides, Fatty Acids, Cholesterol, Hyaluronic Acid, หรือ Panthenol (Vitamin B5) ทาเช้า-เย็นและทาซ้ำระหว่างวัน เพื่อเคลือบผิวและลดการสูญเสียน้ำ (TEWL)

☀️

2. ปกป้องผิวจากแสงแดดเข้มงวด

ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ PA++++ ทุกเช้าแม้จะอยู่ในร่ม และหากต้องออกแดดกลางแจ้ง ให้สวมหมวกปีกกว้างหรือกางร่ม เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)

🚫

3. งดสารผลัดเซลล์ผิว 3–5 วัน

หยุดใช้กรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, Retinoids (วิตามินเอทา), วิตามินซีเข้มข้น รวมถึงงดการสครับหรือขัดผิวหน้า เพื่อให้เกราะป้องกันผิวสมานตัวอย่างสมบูรณ์ก่อน

💧

4. ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง

หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัดล้างหน้า ใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยน (pH 5.5) ปราศจากฟองและน้ำหอม ซับหน้าด้วยผ้าสะอาดเบาๆ ห้ามถูแรง

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

มุมมองทางคลินิกจาก นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

“หมอชอบเปรียบเทียบการทำเลเซอร์ผิวพรรณให้คนไข้ฟังเหมือน ‘การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง (Weight Training)’ ครับ

เวลาเรายกดัมเบลล์หนักๆ กล้ามเนื้อเราจะเกิดการบาดเจ็บระดับไมโคร (Micro-tear) วันรุ่งขึ้นเราจะรู้สึกเมื่อยล้าและปวดกล้ามเนื้อชั่วคราว นั่นเทียบได้กับ Sensitive Skin ชั่วคราวหลังทำเลเซอร์

แต่หลังจากเราพักผ่อนและทานโปรตีน ร่างกายจะซ่อมแซมเส้นใยกล้ามเนื้อให้ ‘ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น และแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม’ เลเซอร์ผิวหนังก็ทำงานตามหลักการเดียวกันครับ ความร้อนระดับควบคุมจะปลุกเซลล์ Fibroblasts ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ชั้นหนังแท้หนาและแน่นขึ้น

ดังนั้น สบายใจได้เลยครับ เลเซอร์ไม่ได้ทำให้ผิวฝ่อตัวหรือหน้าบางลงแน่นอน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องปรับพลังงานให้ถูกต้องโดยแพทย์ และดูแลฟื้นฟูเกราะผิวหลังเลเซอร์อย่างถูกวิธี ครับ”

Frequently Asked Questions

คำถามที่พบบ่อยเรื่องเลเซอร์กับความหนาของผิว (FAQs)

Qสรุปแล้วเลเซอร์รักษาสิว เลเซอร์ลดรอย หรือเลเซอร์หลุมสิว ทำให้หน้าบางจริงไหม?▼
คำตอบทางการแพทย์คือ 'ไม่ทำให้หน้าบางในแง่ของกายวิภาค (No Skin Atrophy)' ครับ! ในทางตรงกันข้าม เลเซอร์กลุ่มปรับโครงสร้างผิวและเลเซอร์หลุมสิว (เช่น eCO2 Fractional CO2 10,600nm หรือ Fotona 1064nm) ยังเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ในชั้นหนังแท้ ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้นและแน่นขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่หลายคนเรียกว่าหน้าบาง แท้จริงแล้วคือ 'ภาวะผิวไวต่อสิ่งเร้าชั่วคราว (Transient Sensitive Skin)' ในช่วง 3–7 วันแรกหลังทำ ซึ่งเกิดจากเกราะป้องกันผิวชั้นบนถูกรบกวนด้วยความร้อน และจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เมื่อผิวสมานตัวครับ
Qคำว่า 'หน้าบาง' ในทางการแพทย์มีความหมายอย่างไร ทำไมต้องแยก Skin Atrophy ออกจาก Sensitive Skin?▼
เป็นจุดที่คนไข้สับสนบ่อยที่สุดครับ: 1) 'ผิวฝ่อตัว (Skin Atrophy)' คือการที่ชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้สูญเสียเนื้อเยื่อและคอลลาเจนจนบางลงจริงๆ เช่น ผลข้างเคียงจากการใช้ยาสเตียรอยด์เข้มข้นเป็นเวลานาน ซึ่งเลเซอร์ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะนี้เลย แต่ 2) 'ผิวไวต่อสิ่งเร้า (Sensitive Skin)' คือภาวะที่เกราะป้องกันผิว (Stratum Corneum) เสียน้ำง่ายขึ้นชั่วขณะ ทำให้รู้สึกแสบ แดง หรือไวต่อแสงแดด ซึ่งเป็นอาการชั่วคราวที่พบได้หลังทำเลเซอร์และหายได้เองเมื่อดูแลผิวอย่างถูกต้องครับ
Qทำไมเลเซอร์หลุมสิว ถึงถูกนำมาใช้ 'รักษา' ภาวะผิวฝ่อตัว (Skin Atrophy) ได้?▼
เพราะรอยแผลเป็นหลุมสิว (Atrophic Acne Scars) คือภาวะที่เนื้อเยื่อคอลลาเจนใต้ผิวถูกทำลายจากการอักเสบจนเกิดการฝ่อตัวของชั้นหนังแท้ การรักษาด้วยเลเซอร์ Fractional (เช่น eCO2 10,600nm) จะส่งลำแสงขนาดเล็กจิ๋วลงไปตัดพังผืดและสร้างความร้อนระดับควบคุม (Microscopic Treatment Zones - MTZs) เพื่อปลุกเซลล์สร้างเส้นใย Fibroblast ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน ผลคือหลุมสิวจะตื้นขึ้น และชั้นหนังแท้จะหนาตัวและกระชับแน่นขึ้นอย่างแท้จริงครับ
Qเลเซอร์ลดรอยแดงรอยดำ (เช่น Cellec V IPL, Fotona 1064nm หรือ Blue iris Q-Switched Laser) ส่งผลต่อความหนาของผิวไหม?▼
ไม่ส่งผลต่อความหนาของผิวเลยครับ เลเซอร์กลุ่มนี้ทำงานตามหลักการจำเพาะของแสง 'Selective Photothermolysis' คือ ลำแสงจะถูกดูดกลืนเฉพาะเป้าหมายที่ต้องการ เช่น เม็ดสีเมลานิน (รอยดำ) หรือฮีโมโกลบินในเส้นเลือดฝอย (รอยแดง) โดยไม่มีการกรอผิว ไม่มีการลอกผิวชั้นบนออก และไม่ทำลายเนื้อเยื่อผิวปกติรอบข้างเลย หลังทำจึงไม่มีสะเก็ดและสามารถแต่งหน้าใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ
Qหลังทำเลเซอร์ ควรดูแลผิวอย่างไรไม่ให้เกิดอาการผิวไวต่อสิ่งเร้า (Sensitive Skin)?▼
หัวใจสำคัญหลังทำเลเซอร์คือ: 1) ทามอยส์เจอไรเซอร์เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่มีส่วนผสมของ Ceramides, Hyaluronic Acid หรือ Panthenol ทันทีและบ่อยขึ้น เพื่อลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL), 2) ทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ สม่ำเสมอและหลีกเลี่ยงแดดจัด 1–2 สัปดาห์แรก, 3) งดใช้สารผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, Retinoids และวิตามินซีเข้มข้น ประมาณ 3–5 วัน, และ 4) หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัดและการขัดถูผิวหน้าครับ
Qถ้าจำเป็นต้องทำเลเซอร์ติดต่อกันหลายครั้ง สิวจะหายได้โดยผิวไม่พังจริงหรือ?▼
ทำได้จริงและปลอดภัยอย่างยิ่งครับ หากเว้นระยะห่างในการทำอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ (เช่น เลเซอร์รักษาสิวหรือลดรอยเว้นทุก 2–4 สัปดาห์, เลเซอร์หลุมสิวเว้นทุก 4–6 สัปดาห์) การเว้นระยะนี้จะเปิดโอกาสให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างสมบูรณ์ การทำอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาจึงทำให้ผิวโดยรวมแข็งแรงขึ้น ละเอียดขึ้น และลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ได้ดียิ่งขึ้นครับ

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

  1. [1]
    Anderson RR, Parrish JA. Selective photothermolysis: precise microsurgery by selective absorption of radiation. Science. 1983;220(4596):524-527. [PubMed / CrossRef]
  2. [2]
    Manstein D, Herron GS, Sink RK, Tanner H, Anderson RR. Fractional photothermolysis: a new concept for cutaneous remodeling using microscopic patterns of thermal injury. Lasers Surg Med. 2004;34(5):426-438. [PubMed / CrossRef]
  3. [3]
    Alster TS, Graham PM. Treatment of active acne and acne scars: a review of the literature. J Cosmet Laser Ther. 2018;20(5):260-265. [PubMed / CrossRef]
  4. [4]
    Fitzpatrick RE, Rostan EF. Reversal of facial rhytides and photoaging by fractional and nonfractional lasers. Dermatol Surg. 2003;29(4):331-340. [PubMed / CrossRef]
  5. [5]
    Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. J Am Acad Dermatol. 2024;90(5):1006.e1-1006.e30. [PubMed / CrossRef]
  6. [6]
    Kang S, Amagai M, Bruckner AL, et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 9th ed. McGraw-Hill; 2019. (Chapter 238: Lasers and Other Light Sources in Dermatology). [PubMed / CrossRef]
5 Laser Technologies · ภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น

ตรวจสภาพผิว วางแผนเลเซอร์สิว รอยสิว และหลุมสิวอย่างปลอดภัยกับหมอต้น

เลือกใช้ 5 เทคโนโลยีเลเซอร์มาตรฐานสากล (Rumino 1450nm, Fotona 1064nm, Cellec V IPL, Blue iris QS Nd:YAG และ eCO2 10,600nm) ปรับพลังงานโดยแพทย์ทุกเคส