ภูวรินทร์คลินิก
ตจวิทยาคลินิก & การรักษารอยสิว

รอยแดงสิว (PIE) vs รอยดำสิว (PIH) ต่างกันอย่างไร? เจาะลึกวิธีรักษา ยาทา และเลเซอร์ที่ตรงจุด

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมสิวหายไปนานแล้วแต่รอยสิวยังอยู่ และซื้อไวท์เทนนิ่งราคาแพงมาทาเท่าไหร่รอยแดงก็ไม่ยอมจาง? ในทางการแพทย์ผิวหนัง รอยแดงและรอยดำเกิดจาก คนละกลไกทางพยาธิวิทยา หากรักษาผิดเป้าหมาย นอกจากจะไม่ดีขึ้นยังอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น

⏱️ เวลาอ่าน

ประมาณ 7 นาที

🎯 เหมาะสำหรับ

ผู้ที่มีรอยแดง/รอยดำหลังสิวหาย

🔬 ระดับข้อมูล

Vascular & Pigment Derm

👨‍⚕️ ผู้เขียน

นพ.ภูมิใจ (ว.51569)

นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

เรียบเรียงและตรวจสอบทางการแพทย์โดย นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

อัปเดตล่าสุด: มีนาคม 2026
อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบรอยแดงสิว (PIE: เส้นเลือดฝอยขยายตัว) กับ รอยดำสิว (PIH: เม็ดสีเมลานินสะสม) พร้อมการทดสอบ Diascopy และแนวทางเลเซอร์ที่ตรงจุด โดย ภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น
แผนภาพเปรียบเทียบพยาธิสภาพของรอยแดงสิว (PIE) และรอยดำสิว (PIH) พร้อมการเลือกใช้พลังงานแสงที่จำเพาะPhuvarin Clinic Medical Guide

สรุปใจความสำคัญสำหรับคนไข้ (Clinical Key Takeaways)

  • •รอยแดงสิว (PIE): เกิดจาก เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวและเสียหาย (Microvascular Ectasia) หลังการอักเสบ ยาลดเม็ดสีทั่วไปไม่สามารถทำให้หลอดเลือดหดตัวได้
  • •รอยดำสิว (PIH): เกิดจาก เซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ผลิตเมลานินสะสม จากการกระตุ้นของการอักเสบ ยาทากลุ่มยับยั้งเอนไซม์สร้างเม็ดสีจึงได้ผลดี
  • •การทดสอบแยกโรคด้วยตัวเอง (Diascopy): กดนิ้วลงบนรอย 2 วินาที หากสีซีดลงแล้วกลับมาแดง = PIE, หากกดยังไงสีน้ำตาลก็ยังคงอยู่ = PIH
  • •อันตรายจากการไม่ทากันแดด: รอยแดง PIE ที่โดนแสงแดดและรังสี UV จะกระตุ้นการสร้างเมลานินซ้ำเติม กลายร่างเป็นรอยดำ PIH ที่รักษาได้ยากกว่าเดิม
Differential Diagnosis

1. ตารางเปรียบเทียบจุดแตกต่าง: PIE vs PIH

ในวารสาร Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology (2013) นพ. Bae-Harboe และ Graber ได้บัญญัติคำว่า Post-Inflammatory Erythema (PIE) ขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อแยกออกจาก Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH) อย่างชัดเจน:

ประเด็นเปรียบเทียบรอยแดงสิว (PIE)รอยดำสิว (PIH)
ชื่อทางการแพทย์Post-Inflammatory ErythemaPost-Inflammatory Hyperpigmentation
สาเหตุต้นกำเนิดหลอดเลือดฝอยใต้ผิวขยายตัว (Capillary Dilation) และผนังหลอดเลือดได้รับบาดเจ็บเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ผลิตเมลานินสะสมในชั้นหนังกำพร้าหรือหนังแท้
ลักษณะสีที่มองเห็นสีแดงสด ชมพู หรือม่วงอมแดงสีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม เทา หรือดำ
การทดสอบกดกระจก (Diascopy)กดยุบแล้วรอยซีดจางลงชั่วคราว (Blanchable)กดยังไงสีก็ไม่เปลี่ยน (Non-blanchable)
โทนผิวที่พบบ่อยพบได้ชัดเจนมากในคนผิวขาว-ผิวสองสี (Fitzpatrick I–III)พบได้บ่อยมากในคนผิวสีเข้ม-ผิวเอเชีย (Fitzpatrick III–V)
การตอบสนองต่อไวท์เทนนิ่งแทบไม่ตอบสนอง (เพราะไม่ได้เกิดจากเมลานิน)ตอบสนองดีต่อยาลดเม็ดสีและสารผลัดเซลล์
เลเซอร์มาตรฐานที่ใช้รักษาVascular Light/Lasers (เช่น Cellec V IPL 530/550nm, Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm)Pigment Lasers (เช่น Blue iris Fractional Q-Switched Nd:YAG 1064/532nm)
Microvascular Ectasia (PIE)

2. เจาะลึกรอยแดง (PIE): ทำไมถึงเกิดขึ้น และรักษาอย่างไร?

เมื่อเกิดสิวอักเสบ เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ เช่น Histamine, VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) และ Prostaglandins เพื่อดึงดูดเลือดมาซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ร่างแหหลอดเลือดฝอยรอบรูขุมขนขยายขนาดขึ้น เมื่อการอักเสบสงบลง ผนังหลอดเลือดบางส่วนยังคงค้างอยู่ในภาวะขยายตัว (Ectasia) หรือเกิดการรั่วไหลของเม็ดเลือดแดงออกมาในเนื้อเยื่อ

ยาทาและสกินแคร์ที่ช่วยรอยแดง (PIE)

  • • Tranexamic Acid (TXA): ช่วยยับยั้งการหลั่งเอนไซม์ Plasmin และลดสารกระตุ้นหลอดเลือด มีงานวิจัยยืนยันว่าช่วยให้รอยแดงสิวจางลงอย่างชัดเจน
  • • Azelaic Acid (10–20%): ยอดนิยมในเวชปฏิบัติตจวิทยา เพราะลดการอักเสบของหลอดเลือด พร้อมทั้งฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ไปพร้อมกัน
  • • Niacinamide (4–5%): ช่วยลดการหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ เสริมเกราะป้องกันผิว ลดการสูญเสียน้ำ
  • • Centella Asiatica & Panthenol: สารสกัดใบบัวบกและวิตามินบี 5 ช่วยปลอบประโลมหลอดเลือดและเร่งการสมานแผล

เลเซอร์ที่ตรงจุดกับรอยแดง (PIE)

สำหรับคนไข้ที่ต้องการให้รอยแดงจางลงอย่างรวดเร็ว การใช้เลเซอร์และคลื่นแสงจำเพาะจับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงคือแนวทางการรักษามาตรฐานหลัก (First-line standard of care):

  • • Cellec V IPL (ฟิลเตอร์ 530nm / 550nm Vascular Mode): คลื่นแสงความเข้มข้นสูงที่คัดกรองช่วงคลื่นดูดซับ Oxyhemoglobin และ Deoxyhemoglobin ในเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวให้หดตัวลงอย่างอ่อนโยน
  • • Fotona Long-Pulsed Nd:YAG (1064nm): ลงลึกถึงชั้นหนังแท้เพื่อจัดการเส้นเลือดฝอยที่อยู่ลึก ลดรอยแดงเรื้อรัง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว
Melanin Hyperpigmentation (PIH)

3. เจาะลึกรอยดำ (PIH): ทำไมถึงดำ และรักษาอย่างไร?

ในผิวคนไทยและชาวเอเชีย (Fitzpatrick Skin Types III–IV) เซลล์สร้างเม็ดสี Melanocytes ไวต่อการถูกกระตุ้นเป็นพิเศษ เมื่อมีบาดแผลหรือสิวอักเสบ สารเคมีอักเสบจะไปเร่งเอนไซม์ Tyrosinase ผลิตเม็ดสีเมลานินออกมาปริมาณมหาศาล เม็ดสีนี้อาจสะสมอยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermal PIH - สีน้ำตาลเข้ม) หรือตกลงไปสู่ชั้นหนังแท้ถูกเซลล์กลืนกินเก็บไว้ (Dermal PIH - สีเทาอมดำ ซึ่งจะจางช้ากว่ามาก)

ยาทาและสารออกฤทธิ์ลดรอยดำ (PIH)

  • • Tyrosinase Inhibitors: Azelaic Acid, Thiamidol, Alpha-Arbutin, Kojic Acid ยับยั้งต้นทางโรงงานผลิตเม็ดสี
  • • Melanosome Transfer Blockers: Niacinamide สกัดกั้นไม่ให้ถุงเม็ดสีส่งต่อไปยังเซลล์ผิวชั้นบน
  • • Cell Turnover Accelerators: Topical Retinoids (Adapalene, Tretinoin) และ AHA (Glycolic acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่มีเม็ดสีสะสมให้หลุดลอกออกไป

เลเซอร์ที่ตรงจุดกับรอยดำ (PIH)

เมื่อเม็ดสีตกลงไปในชั้นหนังแท้ ยาทาจะซึมลงไปไม่ถึง การใช้เลเซอร์เม็ดสีจะช่วยสลายเม็ดสีเป็นอนุภาคเล็กๆ:

  • • Blue iris Fractional Q-Switched Nd:YAG (1064nm / 532nm PTP Mode): ส่งพลังงาน Photoacoustic twin-pulse ทำลายเม็ดสีเมลานินใต้ผิวให้แตกตัวเป็นอนุภาคละเอียด เพื่อให้เม็ดเลือดขาว (Macrophage) มากวาดล้างออกไปอย่างนุ่มนวลโดยไม่ทำลายผิวชั้นบน
  • • Cellec V IPL (Pigment Toning Filter): ช่วยเก็บรายละเอียดเม็ดสีชั้นตื้น (Epidermal PIH) และปรับโทนสีผิวโดยรวมให้สม่ำเสมอขึ้น
นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

มุมมองทางคลินิกจาก นพ.ภูมิใจ งามศรีเทพฤทธิ์ (หมอต้น)

แพทย์ผู้ตรวจรักษาประจำภูวรินทร์คลินิกเวชกรรม ขอนแก่น · ว.51569

“คนไข้หลายคนที่มารักษากับหมอบอกว่า ‘หนูซื้อครีมลดรอยมาทาเป็นหมื่นๆ แต่ทำไมรอยแดงไม่หายสักที?’ พอหมอส่องกล้องตรวจดู พบว่าเป็น PIE ล้วนๆ ไม่มีเม็ดสีเมลานินเลยครับ ครีมไวท์เทนนิ่งที่คนไข้ใช้ จึงเป็นการทาผิดเป้าหมายอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่สำคัญกว่าการรักษารอย คือ ‘การป้องกันไม่ให้สิวใหม่เกิดขึ้นและหยุดการอักเสบให้เร็วที่สุด’ เพราะยิ่งสิวอักเสบอยู่นานเกิน 7 วัน โอกาสเกิดทั้งรอยแดงลึกและรอยดำฝังแน่นจะยิ่งสูงมาก และกฎเหล็กที่หมอย้ำเสมอคือ ห้ามบีบหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะการบีบจะทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยฉีกขาด เลือดออกใต้ผิว และทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีถูกกระตุ้นรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณครับ”

Frequently Asked Questions

คำถามที่พบบ่อยเรื่องรอยสิว (FAQs)

Qจะรู้ได้อย่างไรว่ารอยสิวบนหน้าเราเป็น 'รอยแดง (PIE)' หรือ 'รอยดำ (PIH)'?▼
วิธีทดสอบง่ายๆ ทางการแพทย์เรียกว่า 'Diascopy Test' คือใช้แผ่นกระจกหรือนิ้วมือกดลงไปบนรอยสิวแน่นๆ สัก 2–3 วินาทีแล้วสังเกต: หากเป็น 'รอยแดง (PIE)' รอยจะจางลงชั่วขณะกลายเป็นสีขาวซีด เพราะเลือดในหลอดเลือดฝอยถูกรีดออกไป เมื่อปล่อยนิ้วเลือดจะไหลกลับมาแดงใหม่ แต่หากเป็น 'รอยดำ (PIH)' เม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อจะไม่ขยับไปไหน รอยจะยังคงมีสีน้ำตาลคล้ำเหมือนเดิมแม้จะกดนิ้วลงไปครับ
Qซื้อเซรั่มวิตามินซี หรือไวท์เทนนิ่งมาทารอยแดงสิว ทำไมถึงไม่เห็นผล?▼
เพราะวิตามินซีและไวท์เทนนิ่งส่วนใหญ่ (เช่น Arbutin, Kojic acid) ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งตรงกับกลไกของ 'รอยดำ (PIH)' เท่านั้น แต่ 'รอยแดง (PIE)' ไม่ได้มีเม็ดสีเมลานินเกิน หากแต่เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวค้าง (Capillary ectasia) การทายากลุ่มไวท์เทนนิ่งจึงไม่สามารถทำให้หลอดเลือดหดตัวลงได้ครับ
Qรอยแดง (PIE) สามารถหายเองได้ไหม ต้องรอนานแค่ไหน?▼
รอยแดง PIE สามารถค่อยๆ จางลงเองได้ตามธรรมชาติครับ แต่ต้องใช้เวลาเฉลี่ย 3 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบเดิม สภาพผิว และการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น แสงแดดและความร้อนจัด หากต้องการให้รอยจางลงเร็วขึ้น การรักษาด้วยกลุ่ม Vascular Light/Laser (เช่น Cellec V IPL 530/550nm หรือ Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm) หรือการใช้ยาทา Tranexamic acid / Azelaic acid จะช่วยลดการขยายตัวของหลอดเลือดได้อย่างตรงจุดครับ
Qรอยแดง (PIE) สามารถกลายร่างเป็น รอยดำ (PIH) ได้หรือไม่?▼
สามารถเกิดขึ้นได้บ่อยมากครับ! หากรอยแดงสิวไปสัมผัสกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UVA/UVB) ในแสงแดด หรือถูกแกะเกาซ้ำเติม ความร้อนและรังสี UV จะกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ที่อยู่ใกล้เคียงให้เร่งสังเคราะห์เมลานินลงมาทับซ้อน ทำให้เกิดทั้งภาวะหลอดเลือดขยายและเม็ดสีคล้ำ กลายเป็นรอยดำฝังลึกที่รักษายากขึ้นอย่างมาก ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการป้องกันครับ
Qเลเซอร์รักษารอยสิว เจ็บไหม และมีแผลตกสะเก็ดหรือเปล่า?▼
เลเซอร์กลุ่มที่จัดการรอยแดง (เช่น Cellec V IPL 530/550nm, Fotona Long-Pulsed Nd:YAG 1064nm) และเลเซอร์เม็ดสีรอยดำ (เช่น Blue iris Fractional Q-Switched Nd:YAG 1064/532nm PTP Mode) เป็นกลุ่มเลเซอร์ที่ไม่ทำให้เกิดแผลเปิดบนผิวชั้นนอก (Non-ablative) ขณะทำจะรู้สึกอุ่นๆ หรือดีดเบาๆ เหมือนยางดีดผิว หลังทำไม่มีแผลเปิด ไม่ตกสะเก็ด ผิวอาจมีรอยชมพูเรื่อๆ เพียง 15–30 นาทีแล้วหายไป สามารถทาครีมกันแดด แต่งหน้า และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีครับ

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

  1. [1]
    Bae-Harboe YS, Graber EM. Easy as PIE (Postinflammatory Erythema). J Clin Aesthet Dermatol. 2013;6(9):46-49. [PubMed / CrossRef]
  2. [2]
    Davis EC, Callender VD. Postinflammatory hyperpigmentation: a review of the epidemiology, clinical features, and treatment options in skin of color. J Clin Aesthet Dermatol. 2010;3(7):20-31. [PubMed / CrossRef]
  3. [3]
    Connolly D, Vu HL, Mariwalla K, Saedi N. Acne scarring—pathogenesis, evaluation, and treatment options. J Clin Aesthet Dermatol. 2017;10(9):12-23. [PubMed / CrossRef]
  4. [4]
    Ghareeb B, et al. Efficacy of tranexamic acid solution versus vitamin C solution in treatment of persistent post acne erythema: a split face clinical comparative study. Arch Dermatol Res. 2024;337(1):15. [PubMed / CrossRef]
  5. [5]
    Kang S, Amagai M, Bruckner AL, et al. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 9th ed. McGraw-Hill; 2019. (Chapter 75: Disorders of Hyperpigmentation & Vascular Ectasia). [PubMed / CrossRef]
  6. [6]
    Reynolds RV, Yeung H, Cheng CE, et al. Guidelines of care for the management of acne vulgaris. J Am Acad Dermatol. 2024;90(5):1006.e1-1006.e30. [PubMed / CrossRef]
PIE & PIH Laser Treatment · ภูวรินทร์คลินิก ขอนแก่น

รอยแดงและรอยดำสิวฝังแน่น ทายาไม่จางลง?

ปรึกษา นพ.ภูมิใจ (หมอต้น) เพื่อประเมินแยกรอยแดง (PIE) และรอยดำ (PIH) พร้อมวางแผนการรักษาด้วย Cellec V IPL, Fotona 1064nm และ Blue iris Q-Switched Laser